
IQ> ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 303.77 จุด ส่งท้ายปี 2568 แต่บวกรายปีแข็งแกร่ง
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 ม.ค. 69)--ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (31 ธ.ค.) ซึ่งเป็นวันซื้อขายวันสุดท้ายของปี 2568 แต่ยังทำผลงานรายปีได้อย่างแข็งแกร่ง หลังเผชิญความผันผวนตลอดปีจากความไม่แน่นอนด้านภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และกระแสความคึกคักของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,063.29 จุด ลดลง 303.77 จุด หรือ -0.63%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,845.50 จุด ลดลง 50.74 จุด หรือ -0.74% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,241.99 จุด ลดลง 177.09 จุด หรือ -0.76%
การปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ของตลาดหุ้นนิวยอร์กสวนทางความคาดหวังสำหรับแรงซื้อปลายปีแบบแซนตาคลอส แรลลี ซึ่งตามสถิติแล้วดัชนี S&P500 มักปรับตัวขึ้นในช่วง 5 วันทำการสุดท้ายของเดือนธ.ค. และ 2 วันแรกของเดือนม.ค.
แต่ดัชนีดาวโจนส์, S&P500 และดัชนี Nasdaq ต่างก็ปรับตัวขึ้นเป็นเลขสองหลักในปีนี้ นับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่ปิดในแดนบวกซึ่งเกิดขึ้นครั้งล่าสุดในช่วงปี 2562-2564
ตลอดทั้งปีนั้น ดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 12.97%, ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 16.39% และ ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 20.36%
แรงหนุนสำคัญมาจากความต้องการหุ้น AI ที่ร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดันทั้งสามดัชนีทำสถิติสูงสุดใหม่ในปีนี้
หุ้น Nvidia ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ ซึ่งเพิ่มขึ้น 39% นับตั้งแต่ต้นปี เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้อานิสงส์จากกระแส AI และกลายเป็นบริษัทจดทะเบียนรายแรกที่มีมูลค่าตลาดแตะ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีดาวโจนส์ยังทำสถิติบวกติดต่อกันรายเดือนเป็นเดือนที่ 8 ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปี 2560-2561 ขณะที่ดัชนี S&P500 เกือบทำสถิติเดียวกัน แต่แรงขายก่อนปิดตลาดสิ้นปีกดดันให้ดัชนีปิดลบในเดือนธ.ค.
หุ้นกลุ่มพลังงานและหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นกลุ่มที่ติดลบ โดยหุ้น Microsoft ลดลง 0.8% ขณะที่หุ้น EQT Corp ลดลง 1.9%
ดัชนีกลุ่มบริการด้านการสื่อสารทำผลงานดีที่สุดในดัชนี S&P500 ในปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากหุ้น Alphabet ที่พุ่งขึ้น 65%
ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำอย่าง Micron Technology, Western Digital และ Seagate ทำผลงานดีกว่าหุ้นอื่น ๆ ในดัชนี S&P500 โดยมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าในปี 2568
ในทางตรงกันข้าม หุ้น FMC Corp และหุ้น Fiserv เป็นหุ้นที่ร่วงลงแรงในปีนี้ โดยปรับลง 71.5% และ 67% ตามลำดับ
ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเป็นปัจจัยกำหนดบรรยากาศตลาดโลกในปี 2569 หลังข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดและความคาดหวังต่อประธานเฟดคนใหม่ที่มีท่าทีผ่อนคลาย ทำให้นักลงทุนคาดการณ์การปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม
หุ้น Nike พุ่งขึ้น 4% หลังเอลเลียต ฮิลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่าเพิ่งเข้าซื้อหุ้นของบริษัทมูลค่าราว 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หุ้น Vanda Pharmaceuticals พุ่งขึ้น หลังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ อนุมัติยาของบริษัทสำหรับการป้องกันอาการอาเจียนจากการเคลื่อนไหว
สำหรับปริมาณการซื้อขายยังคงเบาบางในสัปดาห์นี้ที่มีวันหยุด โดยตลาดจะปิดทำการในวันพฤหัสบดี (1 ม.ค.) เนื่องในวันขึ้นปีใหม่
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช