
IQ> ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 166.67 จุด นลท.ขายหุ้นเทคฯ เหตุวิตกการแข่งขันสูง
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 ก.พ. 69)--ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (3 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะทำให้บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์เผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Alphabet และ Amazon จะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,240.99 จุด ลดลง 166.67 จุด หรือ -0.34%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,917.81 จุด ลดลง 58.63 จุด หรือ -0.84% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,255.19 จุด ลดลง 336.92 จุด หรือ -1.43%
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการเลือกหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยมองหาหุ้นของบริษัทที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่วัดผลได้จริงจากการลงทุนมหาศาลใน AI และขณะนี้นักลงทุนเริ่มวิตกกังวลว่า ความก้าวหน้าของ AI อาจทำให้บริษัทเทคโนโลยีหลายรายต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นและอัตรากำไรที่ต่ำลง โดยปัจจัยหนึ่งที่ตอกย้ำความกังวลเหล่านี้คือการที่บริษัท Anthropic เปิดตัวเครื่องมือสำหรับงานด้านกฎหมาย (legal tool) ที่ใช้ในแชตบอต Claude AI ของบริษัท
หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดิ่งลง 2.17% ตามด้วยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารลดลง 1.28% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยพุ่งขึ้น 3.3% ตามด้วยหุ้นกลุ่มวัสดุพุ่งขึ้น 2%
หุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน AI อย่าง Nvidia และ Microsoft ต่างก็ร่วงลงเกือบ 3% ขณะที่หุ้น Alphabet ปรับตัวลง 1.2% ก่อนที่บริษัทจะรายงานผลประกอบการในวันพุธ ส่วนหุ้น Amazon ร่วงลง 1.8% ก่อนที่บริษัทจะรายงานผลประกอบการในวันพฤหัสบดี
ส่วนหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น ๆ นั้น หุ้น Salesforce, หุ้น Datadog และหุ้น Adobe ร่วงลงประมาณ 7% ขณะที่ Synopsys และหุ้น Atlassian ดิ่งลงราว 8% และหุ้น Intuit ร่วงลง 11%
หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ปรับตัวลง หลังจาก Novo Nordisk ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์ของเดนมาร์กและเป็นผู้ผลิตยา Wegovy ที่ใช้รักษาโรคอ้วน คาดการณ์ว่ายอดขายรายปีจะลดลงอย่างหนัก ส่งผลให้หุ้น Novo Nordisk ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์กดิ่งลงเกือบ 15% และได้ฉุดหุ้นบริษัทคู่แข่งอย่าง Eli Lilly ร่วงลง 3.9% และหุ้น Structure Therapeutics ร่วงลง 6.75%
หุ้น Pfizer ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ร่วงลง 3.3% แม้บริษัทเปิดเผยกำไรและรายได้ที่สูงเกินคาดในไตรมาส 4/2568
ส่วนหุ้น PepsiCo พุ่งขึ้น 4.9% หลังจากบริษัทประกาศลดราคาสินค้าแบรนด์หลัก เช่น Lay's และ Doritos
หุ้น Walmart ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นเกือบ 3% และกลายเป็นบริษัทค้าปลีกแห่งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีมูลค่าตลาดสูงกว่าระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ หลังจากบริษัทได้ทุ่มงบลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในด้าน AI และระบบอัตโนมัติในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อช่วยให้ร้านค้ามีสินค้าสดใหม่มากขึ้น และปรับปรุงความเร็วในการจัดส่งสินค้า ขณะที่ผู้บริโภคหันมาสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) ออกแถลงการณ์ระบุว่า BLS ไม่มีการเผยแพร่ผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ในวันอังคารที่ 3 ก.พ. อันเนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลถูกชัตดาวน์บางส่วน นอกจากนี้ รายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนม.ค. ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ.นี้ ก็จะถูกเลื่อนออกไปเช่นกัน
โดย รัตนา พงศ์ทวิช