สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 15 พฤษภาคม 2569

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) เนื่องจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันและการแข็งค่าของสกุลเงินดอลาร์เป็นปัจจัยกดดันตลาด ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามความคืบหน้าในการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 21.40 ดอลลาร์ หรือ 0.45% ปิดที่ 4,685.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -41.0 เหรียญ หรือ -0.87% มาอยู่ที่ระดับ 4,652.0 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,620.0 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -4.22 เหรียญ หรือ -4.81% มาอยู่ที่ระดับ 83.52 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 81.3 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 1,039.99 ตัน ภาพรวมเดือนพฤษภาคมซื้อเข้า 0.8 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 32 ตัน
● ราคาทองคำปิดร่วงลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยลดลงราว 50 เหรียญ หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ตลาดลดความหวังต่อการลดดอกเบี้ยของเฟด ด้านการประชุม Trump–Xi ที่ปักกิ่งก็ยังไม่ช่วยหนุนตลาดมากนัก แม้ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเรื่องไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ และสนับสนุนเสรีภาพการเดินเรือในฮอร์มุซ แต่ยังไม่มีข้อตกลงเชิงรูปธรรมด้านการค้า รวมถึงไต้หวัน และห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ตลาดยังคงระมัดระวังต่อทิศทางทองคำในระยะสั้น
● World Bank ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาโลหะมีค่าปี 2026 โดยคาดว่ากลุ่มทองคำ Silver และแพลทินัมจะปรับขึ้นรวมราว 42% จากปี 2025 จากแรงหนุนของสงครามอิหร่าน วิกฤตพลังงาน เงินเฟ้อสูง และความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอ รายงานมองว่า Silver อาจให้ผลตอบแทนดีที่สุด ตามด้วยแพลทินัม ขณะที่ทองคำยังได้แรงหนุนจากบทบาทสินทรัพย์ปลอดภัยและแรงซื้อป้องกันเงินเฟ้อ
สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
● Core Retail Sales m/m ออกมาที่ 0.7% เท่ากับคาดการณ์ 0.7% แต่ต่ำกว่าครั้งก่อน 1.9%
● Retail Sales m/m ออกมาที่ 0.5% เท่ากับคาดการณ์ 0.5% แต่ต่ำกว่าครั้งก่อน 1.6%
● Unemployment Claims ออกมาที่ 211K สูงกว่าคาดการณ์ 205K และสูงกว่าครั้งก่อน 199K
● ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ สะท้อนการบริโภคที่ยังขยายตัว แต่เริ่มชะลอลงจากเดือนก่อน หลังยอดค้าปลีกเดือนก่อนพุ่งแรง ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนและกลับขึ้นเหนือระดับ 210K สะท้อนตลาดแรงงานเริ่มอ่อนตัวลงเล็กน้อยในระยะสั้น
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.41 จุด หรือ 0.42% มาอยู่ที่ระดับ 98.87 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 99.03 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.05 % มาอยู่ที่ระดับ 4.516% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.07 % มาอยู่ที่ระดับ 4.052% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.46%
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) ส่วนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ยังคงปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตลาดได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามความคืบหน้าในการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง
● ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,063.46 จุด เพิ่มขึ้น 370.26 จุด หรือ +0.75%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,501.24 จุด เพิ่มขึ้น 56.99 จุด หรือ +0.77% และ
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,635.22 จุด เพิ่มขึ้น 232.88 จุด หรือ +0.88%
● หุ้น Nvidia พุ่งขึ้น 4.4% หนุนหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวขึ้น หลังสหรัฐฯ อนุมัติการขายชิป AI รุ่น H200 ให้บริษัทจีนราว 10 แห่ง ขณะเดียวกัน เจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia ยังเดินหน้าเจรจาในจีน เพื่อรักษาการเข้าถึงตลาดสำคัญต่อการเติบโตระยะยาวของบริษัท
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากมีรายงานว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันสามารถแล่นผ่านช่องแคบแห่งนี้ได้บ้างแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็มีรายงานการโจมตีเรือลำหนึ่งและมีการยึดเรืออีกลำหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการไหลเวียนของอุปทานพลังงานในช่วงสงครามอิหร่าน
● ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 15 เซนต์ หรือ 0.15% ปิดที่ 101.17 ดอลลาร์/บาร์เรล
● สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 9 เซนต์ หรือ 0.09% ปิดที่ 105.72 ดอลลาร์/บาร์เรล
● สำนักข่าว Fars ของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านเริ่มอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติจีนบางลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว หลังมีรายงานว่าเรือจีนบรรทุกน้ำมันดิบ 2 ล้านบาร์เรลจากอิรักสามารถแล่นออกจากอ่าวเปอร์เซียได้สำเร็จ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเดินทางเยือนปักกิ่ง สะท้อนบทบาทของจีนที่มากขึ้นในวิกฤตฮอร์มุซ
● LSEG รายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันดิบของญี่ปุ่นสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ นับเป็นเรือลำที่ 2 ที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นที่ผ่านเส้นทางนี้ได้ อย่างไรก็ตามความเสี่ยงในพื้นที่ยังสูง หลังเรือสินค้าของอินเดียถูกโจมตีและจมนอกชายฝั่งโอมาน
ข่าวการเมือง
● ทรัมป์และสี จิ้นผิง เตรียมปิดฉากการประชุมสุดยอด 2 วันที่กรุงปักกิ่ง โดยทั้งสองฝ่ายพยายามรักษาข้อตกลงพักรบทางการค้า และเดินหน้าดีลเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ประเด็นไต้หวันยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ หลังสีเตือนว่าหากจัดการผิดพลาด อาจทำให้ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนทรุดลง สหรัฐฯ
● อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังคงส่งสัญญาณเชิงบวกต่อกันในช่วงเริ่มต้นการประชุม โดยแสดงความเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังสามารถเดินหน้าต่อได้ แม้ยังมีประเด็นขัดแย้งสำคัญทั้งเรื่องการค้า ไต้หวัน และสงครามอิหร่าน
● ด้านทรัมป์เปิดเผยว่า สี จิ้นผิง ตกลงสั่งซื้อเครื่องบิน Boeing จำนวน 200 ลำ พร้อมเดินหน้ากระชับความร่วมมือเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ และจีน ขณะที่สี จิ้นผิงย้ำกับภาคธุรกิจสหรัฐฯ ว่า “จีนจะเปิดประเทศมากยิ่งขึ้น”
● ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เชื่อว่าจีนจะใช้อิทธิพลกดดันอิหร่านให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เนื่องจากจีนพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางและอิหร่านในสัดส่วนสูง โดยนักลงทุนยังคงติดตามการประชุมวันที่สองระหว่างปธน.ทรัมป์และปธน.สีที่กรุงปักกิ่ง
● ด้านอิสราเอลและเลบานอนเริ่มการเจรจาสันติภาพรอบที่ 3 ที่กรุงวอชิงตัน แม้ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายจะหาข้อสรุปร่วมกันได้ ขณะที่อิสราเอลยังส่งสัญญาณแข็งกร้าว โดยรัฐมนตรีกลาโหมระบุว่า พร้อมกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้งหากจำเป็น เพื่อป้องกันภัยคุกคามในระยะยาว
● รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อกรุงเคียฟ โดยนายกเทศมนตรีของเคียฟระบุว่าเป็นการโจมตีเมืองหลวงครั้งรุนแรงที่สุด ขณะที่เซเลนสกีเผยว่า รัสเซียสะสมโดรนและขีปนาวุธมานานเพื่อโจมตีครั้งใหญ่ พร้อมยืนยันว่ายูเครนกำลังเตรียมการตอบโต้
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.44 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.33 บาทต่อดอลลา ร์มองกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.30-32.65 บาท/ดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ