สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 8 มิถุนายน 2569

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงราว 3% ในวันศุกร์ (5 มิ.ย.) หลังตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งตอกย้ำมุมมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น ท่ามกลางความกังวลด้านเงินเฟ้อที่ได้รับแรงหนุนจากสงครามในตะวันออกกลาง
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ร่วงลง 139.70 ดอลลาร์ หรือ 3.10% ปิดที่ 4,365.30 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -147.0 เหรียญ หรือ -3.29% มาอยู่ที่ระดับ 4,327.0 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,300.0 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -6.16 เหรียญ หรือ -8.33% มาอยู่ที่ระดับ 67.75 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 67.21 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 5.22 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,019.92 ตัน ภาพรวมเดือนมิถุนายนขายออก 9.22 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 52.07 ตัน
● ราคาทองคำร่วงลงแล้วมากกว่า 17% นับตั้งแต่สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. 2569 ขณะที่ราคาทองคำสัปดาห์ก่อนร่วงลงเกือบ 5% สู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 เดือน บริเวณ 4,310 เหรียญ จากแรงกดดันของราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ความกังวลเงินเฟ้อ และตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
● ขณะที่เปิดตลาดเช้านี้ ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นมาแถว 4,350 เหรียญ หลังทรัมป์ส่งสัญญาณกดดันนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ไม่ให้อิสราเอลตอบโต้อิหร่าน ภายหลังอิหร่านยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล ประเด็นดังกล่าวช่วยให้ตลาดคลายความกังวลบางส่วน
● แต่ขณะเดียวกันราคาทองคำละช่วงบวกลงหลังจากมีรายงานในช่วงเช้านี้ว่า กองทัพอากาศอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านในพื้นที่ ภาคตะวันตกและตอนกลางของอิหร่าน กดดันให้ราคาทองคำปรับลดลงมา ที่ระดับ 4,300 เหรียญ อีกครั้งในเช้านี้
● ผลสำรวจ Kitco News ล่าสุดสะท้อนว่า มุมมอง Wall Street ต่อทองคำกลับมาเป็น “ขาลง” ชัดเจน หลังราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญได้ โดยนักวิเคราะห์ 74% คาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวลงในสัปดาห์หน้า ขณะที่ 13% มองว่าราคาจะปรับขึ้น และอีก 13% คาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวทรงตัว
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.64 จุด หรือ 0.64% มาอยู่ที่ระดับ 100.07 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 100.0 จุด โดยค่าเงินดอลลาร์ในเช้าวันนี้ทรงตัวอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบสองเดือน
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.08 % มาอยู่ที่ระดับ 4.552% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.08 % มาอยู่ที่ระดับ 4.178% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.37%
● ทรัมป์ระบุว่า เฟดไม่ควรขึ้นดอกเบี้ย แม้ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคมออกมาแข็งแกร่ง เขามองว่า เศรษฐกิจที่ดีไม่ควรถูก กดดัน ด้วยดอกเบี้ยที่สูงขึ้น พร้อมย้ำว่าเฟดควรลดดอกเบี้ยมากกว่าขึ้นดอกเบี้ย
● ปัจจุบันตลาดให้น้ำหนักราว 72% ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. ตามข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME เทียบกับราว 50% ก่อนการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงาน
● Goldman Sachs ยกเลิกคาดการณ์ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. 2026 หลังตลาดแรงงานสหรัฐฯ แข็งแกร่งกว่าคาด อย่างไรก็ตาม Goldman Sachs ยังมองว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% แต่เลื่อนไปเป็นปี 2027 ในเดือนมิถุนายนและธันวาคม แทน
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันศุกร์ (5 มิ.ย.) หลังหุ้นเทคโนโลยีดิ่งลงหนักที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2568 จากรายงานตัวเลขการจ้างงานเดือนพ.ค.ที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งทำให้ตลาดกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจเปลี่ยนนโยบายไปในทิศทางเข้มงวดมากขึ้น
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,866.78 จุด ลดลง 695.15 จุด หรือ -1.35%,
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,383.74 จุด ลดลง 200.57 จุด หรือ -2.64%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,709.43 จุด ลดลง 1,121.53 จุด หรือ -4.18%
● ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ของสหรัฐฯ ปิดร่วงลงอย่างหนัก โดยแรงเทขายหุ้นชิปกดดันดัชนี Nasdaq ร่วงลงรายวันรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2568 ขณะที่ดัชนี S&P500 ยุติสถิติการปรับขึ้นต่อเนื่องรายสัปดาห์ถึง 9 สัปดาห์ติดต่อกัน
● ทรัมป์เปิดเผยว่ากำลังพิจารณาแนวคิดให้บริษัท AI มอบส่วนแบ่งการถือหุ้นแก่ประชาชนชาวอเมริกัน หรือให้รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าไปร่วมถือหุ้นบางส่วน เขาระบุว่าแนวคิดดังกล่าวอาจมีลักษณะคล้าย “การร่วมเป็นหุ้นส่วนกับประชาชนชาวอเมริกัน” และเตรียมหารือกับผู้บริหารบริษัท AI เร็วที่สุดในสัปดาห์หน้า
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 2% ในวันศุกร์ (5 มิ.ย.) หลังนักลงทุนเชื่อว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีแนวโน้มผ่อนคลายลง และมีโอกาสน้อยลงที่จะเกิดความขัดแย้งรอบใหม่
● ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 2.5 ดอลลาร์ หรือ 2.69% ปิดที่ 90.54 ดอลลาร์/บาร์เรล
● สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 1.94 ดอลลาร์ หรือ 2.04% ปิดที่ 93.09 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ขณะที่เปิดตลาดเช้าราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้นกว่า 2% หลังจากอิหร่านเปิดฉากยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลหลายระลอกเมื่อค่ำวันอาทิตย์ (7 มิ.ย.) ซึ่งส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางเผชิญกับความไม่แน่นอนอีกครั้ง
● เปิดตลาดเช้าในวันนี้ (8 มิ.ย.) ราคาน้ำมัน WTI ส่งมอบเดือนก.ค. พุ่งขึ้น 2.16 ดอลลาร์ หรือ 2.39% แตะที่ระดับ 92.70 ดอลลาร์/บาร์เรล
● OPEC+ อนุมัติปรับเพิ่มเป้าหมายการผลิตน้ำมันอีก 188,000 บาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม นับเป็นการเพิ่มโควตาครั้งที่ 4 ในรอบ 4 เดือน อย่างไรก็ตาม สมาชิกหลายประเทศยังเพิ่มกำลังผลิตได้จำกัด เนื่องจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซกระทบการส่งออกน้ำมัน
ข่าวการเมือง
● อิหร่านยิงขีปนาวุธหลายระลอกเข้าใส่อิสราเอลช่วงค่ำวันอาทิตย์ โดยถือเป็นการโจมตีลักษณะนี้ครั้งแรกนับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนเมษายน โดยIRGC ระบุว่า การโจมตีมุ่งเป้าไปยังฐานทัพอากาศรามัตเดวิดของอิสราเอล เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการของอิสราเอลในเลบานอน ขณะที่อิสราเอลระบุว่ามีขีปนาวุธถูกยิงเข้ามาราว 10 ลูก โดยหลังการโจมตี อิสราเอลยกระดับมาตรการป้องกันภัยพลเรือนทั่วประเทศ และสั่งปิดจุดผ่านแดนหลายแห่งที่มุ่งหน้าเข้าสู่ฉนวนกาซาจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
● ด้านทรัมป์ระบุว่าจะกดดันเนทันยาฮูไม่ให้อิสราเอลตอบโต้ หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล เพื่อตอบโต้การโจมตีชานเมืองเบรุต ในขณะที่อิหร่านย้ำว่าข้อตกลงสันติภาพกับสหรัฐฯ ต้องครอบคลุมการหยุดยิงในเลบานอนด้วย ขณะที่อิสราเอลเพิ่งเปิดฉากโจมตีทางอากาศในเบรุตอีกครั้ง
● ล่าสุด Reuters รายงานว่า อิหร่านปฏิเสธแนวคิดที่สหรัฐฯ อาจนำทรัพย์สินของอิหร่านไปใช้ชดเชยความเสียหายให้พันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่มีรายงานว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาใช้สินทรัพย์อิหร่านเพื่อช่วยซ่อมแซมความเสียหายจากสงครามให้พันธมิตรในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
● Reuters รายงานว่า ทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐฯ จะ ไม่ปลดอายัดทรัพย์สินอิหร่าน และ ไม่ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ก่อนที่จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพ โดยระบุว่าการผ่อนปรนจะเกิดขึ้น “หลังจากมีข้อตกลงแล้ว” เท่านั้น ซึ่งคำกล่าวนี้ขัดกับรายงานก่อนหน้าที่ระบุว่า อิหร่านอาจได้รับคืนทรัพย์สินหรือการผ่อนปรนคว่ำบาตรบางส่วนเป็นเงื่อนไขในดีล
● ขณะที่สถาณการณ์ล่าสุด ช่วง 8.30 น. กองทัพอิสราเอลระบุว่า กองทัพอากาศอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านในพื้นที่ ภาคตะวันตกและตอนกลางของอิหร่าน การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล–อิหร่านกลับมารุนแรงขึ้น จากเหตุอิหร่านยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล และจากที่อิหร่านขู่ปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญเพิ่มเติมหากอิสราเอลเพิ่มความรุนแรงในการโจมตี
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เผย เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.82 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนที่ 32.61 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องเคลื่อนไหวในกรอบ 32.60-32.85 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบวันนี้ที่ 32.70-33.00 บาทต่อดอลลาร์
สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
● Average Hourly Earnings m/m ออกมาที่ 0.3% เท่ากับคาดการณ์ 0.3% และสูงกว่าครั้งก่อน 0.2%
● Non-Farm Employment Change ออกมาที่ 172K สูงกว่าคาดการณ์ 85K แต่ต่ำกว่าครั้งก่อน 179K
● Unemployment Rate ออกมาที่ 4.3% เท่ากับคาดการณ์ 4.3% และเท่ากับครั้งก่อน 4.3%
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ