สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 9 มิถุนายน 2569

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่สองในวันจันทร์ (8 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลว่าตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐฯ อาจกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ข่าวการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านช่วยให้ราคาทองคำลดช่วงลบและฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในระหว่างวัน
● สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 1.90 ดอลลาร์ หรือ 0.04% ปิดที่ 4,363.40 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 9.0 เหรียญ หรือ 0.21% มาอยู่ที่ระดับ 4,330.0 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,325.0 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวขึ้น 0.39 เหรียญ หรือ 0.58% มาอยู่ที่ระดับ 68.19 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 67.85 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 1,019.92 ตัน ภาพรวมเดือนมิถุนายนขายออก 9.22 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 52.07 ตัน
● ราคาทองคำเมื่อคืนนี้มีจังหวะฟื้นตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณ 4,350 เหรียญ แต่ยังไม่ผ่าน ก่อนย่อตัวกลับมาใกล้ 4,300 เหรียญ แรงกดดันลดลงหลังอิหร่าน–อิสราเอลส่งสัญญาณยุติการโจมตี ขณะที่ทรัมป์ระบุว่าการเจรจาสันติภาพกำลังคืบหน้า อย่างไรก็ตาม ราคายังอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม
● นักวิเคราะห์จาก Kitco News ระบุว่า ราคาทองคำมีแนวต้านแรกบริเวณ 4,350 เหรียญ และ 4,370 เหรียญ หากผ่านได้ มีโอกาสปรับขึ้นต่อสู่โซน 4,530–4,550 เหรียญ โดยมีแนวต้านสำคัญถัดไปที่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันใกล้ 4,624 เหรียญ ขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,300 เหรียญ หากราคาหลุดต่ำกว่าระดับนี้ อาจอ่อนตัวลงสู่โซน 4,200–4,180 เหรียญ
● Kitco News รายงานว่า ราคาทองคำถูกกดดันหนัก หลังหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน และไม่สามารถยืนเหนือระดับ 4,500 เหรียญ ได้ โดยนักวิเคราะห์จาก FOREX .com มองว่า ราคายังมีความเสี่ยงย่อต่อ แนวรับสำคัญอยู่บริเวณ 4,230 เหรียญ หากหลุดระดับดังกล่าว อาจลงทดสอบ 4,100 เหรียญ และมีโอกาสแตะระดับจิตวิทยาที่ 4,000 เหรียญ ได้ในระยะถัดไป
● นักวิเคราะห์จาก Citi ได้ปรับลดเป้าหมายราคาทองคำในระยะใกล้ลงสู่ระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากเดิมที่ 4,300 ดอลลาร์ อันเนื่องมาจากการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เป็นผลมาจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
● ธนาคารกลางจีนเพิ่มทองคำสำรองเป็นเดือนที่ 19 ติดต่อกัน โดยเดือนพฤษภาคมซื้อเพิ่ม 320,000 ทรอยออนซ์ หรือประมาณ 9.95 ตัน ทำให้ทองคำสำรองรวมอยู่ที่ 74.96 ล้านทรอยออนซ์ หรือราว 2,332 ตัน
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวลดลง -0.14 จุด หรือ -0.14% มาอยู่ที่ระดับ 100.0 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 100.01 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.576% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ไม่เปลี่ยนแปลง มาอยู่ที่ระดับ 4.172% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.4%
● เฟดเข้าสู่ช่วง Blackout Period ก่อนการประชุม FOMC วันที่ 16–17 มิ.ย. ทำให้เจ้าหน้าที่เฟดงดให้ความเห็นด้านนโยบายการเงิน ตลาดจับตาการประชุมครั้งนี้เป็นพิเศษ เนื่องจาก เควิน วอร์ช จะทำหน้าที่ประธานการประชุม FOMC เป็นครั้งแรก และจะแถลงทิศทางดอกเบี้ยหลังการประชุม
● รวมถึงตลาดยังคงติดตามการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสบดีนี้ (11 มิ.ย.) โดยตลาดคาดการณ์ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันจันทร์ (8 มิ.ย.) ส่วนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดบวก โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตชิป หลังจากหุ้นกลุ่มดังกล่าวดิ่งลงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (5 มิ.ย.) นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายโดยรวมยังได้ปัจจัยบวกจากข่าวอิสราเอลและอิหร่านประกาศยุติการโจมตีแต่ละฝ่าย ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,786.01 จุด ลดลง 80.77 จุด หรือ -0.16%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,405.73 จุด เพิ่มขึ้น 21.99 จุด หรือ +0.30%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,929.66 จุด เพิ่มขึ้น 220.23 จุด หรือ +0.86%
● นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนี CPI สหรัฐฯ ในวันพุธนี้ โดยตัวเลขดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการประเมินทิศทางเงินเฟ้อ และแนวโน้มการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยของเฟดในระยะถัดไป
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันจันทร์ (8 มิ.ย.) โดยราคาลดช่วงบวกหลังจากที่พุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงแรก ภายหลังจากอิสราเอลและอิหร่านประกาศยุติการโจมตีแต่ละฝ่าย ตามคำเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม อิหร่านเตือนว่าอาจจะกลับมาเปิดฉากโจมตีอีกครั้งหากอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
● สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 76 เซนต์ หรือ 0.84% ปิดที่ 91.30 ดอลลาร์/บาร์เรล
● สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.16 ดอลลาร์ หรือ 1.25% ปิดที่ 94.25 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ราคาน้ำมัน WTI และ Brent พุ่งขึ้นแรงช่วงแรก หลังอิสราเอล–อิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้กัน และกระทบความหวังยุติสงครามตะวันออกกลาง ต่อมาราคาลดช่วงบวกลง หลังทั้งสองฝ่ายประกาศยุติการโจมตีตามคำเรียกร้องของทรัมป์ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังไม่จบ เพราะอิสราเอลและอิหร่านต่างเตือนว่าจะกลับมาใช้ปฏิบัติการ หากอีกฝ่ายยังเดินหน้าโจมตีในเลบานอน
● กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศห้ามเรืออิสราเอลเดินเรือในทะเลแดง และเตือนว่าอาจยกระดับความขัดแย้งเพิ่มเติม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งทางทะเลโลก โดยเฉพาะทะเลแดงและคลองสุเอซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญต่อการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลาง
● ปริมาณเรือที่ผ่านทะเลแดงตอนใต้และช่องแคบบับอัลมันดับยังไม่ฟื้นกลับสู่ระดับก่อนเดือนต.ค. 2023 โดยเดือนมี.ค. 2026 มีเรือผ่านเฉลี่ยเพียง 1,034 เที่ยวต่อเดือน ลดลงชัดเจนจากเดือนก.ย. 2023 ที่มีเรือผ่านมากกว่า 2,000 เที่ยว โดยน้ำมันส่วนใหญ่จากอ่าวเปอร์เซียไม่สามารถส่งออกได้ตั้งแต่สงครามเริ่มต้น แต่ซาอุดีอาระเบียยังสามารถระบายน้ำมันบางส่วนผ่านท่อส่งไปทะเลแดงได้ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อการส่งออกพลังงานบางส่วน
ข่าวการเมือง
● CNBC รายงานว่า อิหร่านประกาศหยุดโจมตีอิสราเอลชั่วคราว แต่เตือนว่าจะกลับมาโจมตีอีก หากอิสราเอลยังเดินหน้าปฏิบัติการในเลบานอน ด้านเนทันยาฮูย้ำว่า สงครามกับอิหร่านและ Hezbollah “ยังไม่จบ” แม้สถานการณ์เริ่มสงบลง แต่อิสราเอลยังพร้อมตอบโต้ทันทีหากถูกโจมตีอีกครั้ง
● การโจมตีครั้งนี้สะท้อนว่า อิสราเอลต้องการส่งสัญญาณถึงวอชิงตันว่า ข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับอิหร่านจะเกิดขึ้นได้ยาก หากผลประโยชน์ของอิสราเอลถูกละเลย นักวิเคราะห์มองว่า หากข้อตกลงละเมิดผลประโยชน์ของอิสราเอลมากเกินไป อิสราเอลก็ยังมีศักยภาพที่จะพลิกสถานการณ์ได้
● ทรัมป์ระบุผ่าน truth social ว่าทั้งอิสราเอลและอิหร่านต้องการยุติการสู้รบทันที และการเจรจาขั้นสุดท้ายเพื่อบรรลุ “ข้อตกลงสันติภาพ” กำลังเดินหน้าอยู่ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ย้ำว่า การปิดล้อมอิหร่านจะยังคงมีผลเต็มรูปแบบ จนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย
● ผลสำรวจ Reuters/Ipsos ระบุว่า คะแนนนิยมของทรัมป์อยู่ที่ 35% ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ของเขา ขณะเดียวกัน 70% ไม่เห็นด้วยกับการบริหารค่าครองชีพของทรัมป์ ทำให้พรรคเดโมแครตมีคะแนนนำรีพับลิกันเล็กน้อยในการเลือกตั้งสภาคองเกรส
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.89 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.84 บาทต่อดอลลาร์ ประเมินกรอบวันนี้ไว้ที่ 32.75-32.95 บาทต่อดอลลาร์
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ