สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 11 มิถุนายน 2569

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● ราคาทองคำตลาดโลกปิดร่วงกว่า 4.4% หลุดระดับ 4,100 เหรียญ และทำจุดต่ำสุดใหม่บริเวณ 4,023 เหรียญ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2568 หลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ทำให้ตลาดกังวลว่าสงครามที่ยืดเยื้ออาจหนุนราคาน้ำมันและเงินเฟ้อให้เร่งตัวสูงขึ้น ในขณะที่เงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนพ.ค. เพิ่มขึ้นเร็วสุดในรอบกว่า 3 ปี ส่งผลให้ความเสี่ยงที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้กลับมากดดันทองคำอย่างต่อเนื่อง
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 153.10 ดอลลาร์ หรือ 3.57% ปิดที่ 4,133.30 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -184.0 เหรียญ หรือ -4.32% มาอยู่ที่ระดับ 4,072.0 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,084.0 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -1.92 เหรียญ หรือ -2.93% มาอยู่ที่ระดับ 63.43 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 63.92 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 2.86 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,013.64 ตัน ภาพรวมเดือนมิถุนายนขายออก 15.51 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 58.36 ตัน
● ในเชิงเทคนิค Kitco ระบุว่า Gold Spot มีแนวต้านแรกที่ 4,180–4,200 เหรียญ หากผ่านได้ มีโอกาสฟื้นต่อสู่ 4,250 เหรียญ และ 4,350 เหรียญ ส่วนแนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,100 เหรียญ หากหลุดลงมา อาจเปิดทางให้อ่อนตัวต่อสู่ 4,000 เหรียญ และ 3,883 เหรียญ
สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
● CPI m/m ออกมาที่ 0.5% เท่ากับคาดการณ์ 0.5% และต่ำกว่าครั้งก่อน 0.6%
● Core CPI m/m ออกมาที่ 0.2% ต่ำกว่าคาดการณ์ 0.3% และต่ำกว่าครั้งก่อน 0.4%
● CPI y/y ออกมาที่ 4.2% เท่ากับคาดการณ์ 4.2% และสูงกว่าครั้งก่อน 3.8%
● Core CPI y/y ออกมาที่ 2.9% เท่ากับคาดการณ์ 2.9% และสูงกว่าครั้งก่อน 2.8%
● ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง โดย CPI y/y ปรับขึ้นสู่ 4.2% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2023 สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ยังคงเร่งตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้เงินเฟ้อพื้นฐานรายเดือน (Core CPI m/m) จะชะลอลงจากเดือนก่อนก็ตาม ทำให้ตลาดยังคงจับตาความเสี่ยงเงินเฟ้อในระยะถัดไป
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.07 จุด หรือ 0.07% มาอยู่ที่ระดับ 100.08 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 99.92 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.55% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ไม่เปลี่ยนแปลง มาอยู่ที่ระดับ 4.141% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.41%
● ตลาดเริ่มเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด โดย FedWatch ของ CME Group ชี้ว่าโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28 ต.ค. อยู่ที่ 51% จากคาดการณ์เดิมที่จะปรับขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 900 จุดในวันพุธ (10 มิ.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ต่างก็ปิดลดลงกว่า 1% โดยตลาดถูกกดดันจากการที่นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตชิปออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านที่กลับมาปะทุอีกครั้ง
● ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,918.78 จุด ลดลง 953.33 จุด หรือ -1.87%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,266.99 จุด ลดลง 119.66 จุด หรือ -1.62%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,169.50 จุด ลดลง 509.32 จุด หรือ -1.98%
● ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกกังวลของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดปิดตลาดพุ่งขึ้น 11.8% ในวันพุธ
● นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ (11 มิ.ย.) เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกกว่า 2% ในวันพุธ (10 มิ.ย.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรง หากไม่มีการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ โดยคำขู่ดังกล่าวมีขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากเขาได้สั่งให้กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้อิหร่านที่ยิงเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของสหรัฐฯ ตก
● ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 1.83 ดอลลาร์ หรือ 2.07% ปิดที่ 90.03 ดอลลาร์/บาร์เรล
● สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.65 ดอลลาร์ หรือ 1.8% ปิดที่ 93.10 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ คุ้มกันเรือพาณิชย์กว่า 200 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ช่วยให้น้ำมันดิบกว่า 100 ล้านบาร์เรลยังขนส่งได้ต่อเนื่อง และทรัมป์มองว่าช่วยกดราคาน้ำมันไว้ที่ราว 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ข่าวการเมือง
● สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบที่สอง โดย CENTCOM ระบุว่าเป็น “การโจมตีเพื่อป้องกันตนเอง” ต่อหลายเป้าหมายในอิหร่าน ขณะที่กองบัญชาการทหารร่วมระดับสูงของอิหร่าน สั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซสำหรับเรือทุกประเภท ทั้งเรือบรรทุกน้ำมันและเรือพาณิชย์ พร้อมเตือนว่า เรือลำใดที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบดังกล่าวจะตกเป็นเป้าหมายทันที โดย IRGC ระบุว่าได้โจมตีเรือ 2 ลำที่พยายามข้ามช่องแคบ
● รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า วอชิงตันจะมุ่งโจมตี “สถานที่สำคัญ” ของอิหร่าน โดยการโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดครั้งสำคัญ นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิหร่านตกลงหยุดยิงกันเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
● IAEA ผ่านมติที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ให้อิหร่านเปิดเผยคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่เหลือทั้งหมด พร้อมเปิดทางให้ผู้ตรวจสอบเข้าตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว โดยความเคลื่อนไหวนี้อาจทำให้การเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ ซับซ้อนมากขึ้น
● ล่าสุด CENTCOM แถลงว่า สหรัฐฯ เสร็จสิ้นปฏิบัติการโจมตีทางอากาศรอบล่าสุดในอิหร่านแล้ว โดยโจมตีเป้าหมายด้านการเฝ้าระวังทางทหาร ระบบสื่อสาร และฐานป้องกันภัยทางอากาศหลายแห่งทั่วประเทศ สหรัฐฯ ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ใช้กระสุนแม่นยำสูงจากนาวิกโยธิน กองทัพอากาศ และกองทัพเรือ เพื่อทำลายเป้าหมายของอิหร่านที่คุกคามกองกำลังสหรัฐฯ และเรือพาณิชย์ในน่านน้ำภูมิภาค
● ขณะที่ทรัมป์ระบุว่า การโจมตีอาจยุติลงในไม่ช้า หลังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่อิหร่านติดต่อขอให้สหรัฐฯ หยุดปฏิบัติการ แต่ยังเตือนว่า หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ การโจมตีอาจกลับมาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS เปิดเผยว่าค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.97 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับปิดของวันก่อนหน้าที่ระดับ 32.90 บาทต่อดอลลาร์ ประเมินกรอบวันนี้ 32.80 - 33.10 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ