สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2569

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (23 มิ.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 2 ครั้งในปีนี้
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 53.30 ดอลลาร์ หรือ 1.27% ปิดที่ 4,149.40 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -82.0 เหรียญ หรือ -1.96% มาอยู่ที่ระดับ 4,110.0 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,090.0 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -3.56 เหรียญ หรือ -5.47% มาอยู่ที่ระดับ 61.56 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 61.37 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 4.57 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,017.64 ตัน ภาพรวมเดือนมิถุนายนขายออก 11.52 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 54.37 ตัน
● ผู้จัดการพอร์ตจาก KraneShares มองว่า มองว่าทองคำย่อตัวเป็นจุดเข้าซื้อที่น่าสนใจ แม้ราคาอาจหลุดต่ำกว่า 4,000 เหรียญชั่วคราว แต่แรงซื้อจากภาครัฐและธนาคารกลางยังช่วยพยุงตลาด พร้อมคาดว่าทองคำมีโอกาสขึ้นแตะ 4,500 เหรียญภายในสิ้นปี
● Bloomberg รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลศุลกากรจีนว่า จีนนำเข้าทองคำเดือนพฤษภาคมประมาณ 163 ตัน สูงสุดในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่ยอดนำเข้าช่วง 5 เดือนแรกของปี 2026 อยู่ที่ราว 692 ตัน เพิ่มขึ้นประมาณ 76% จากปีก่อน แรงซื้อหลักมาจากทองคำแท่ง แผนสะสมทองคำของนักลงทุนรายย่อย และการเติมสต็อกของภาคเครื่องประดับ โดยไม่ใช่การซื้อของธนาคารกลางจีนโดยตรง.
● Deutsche Bank ปรับลดเป้าหมายราคาทองคำปี 2026 ลงเหลือ 4,300 เหรียญในไตรมาส 3 และ 4,800 เหรียญในไตรมาส 4 จากเดิมที่เคยมองว่าทองคำมีโอกาสแตะ 6,000 เหรียญ แรงกดดันหลักมาจากท่าทีเฟดที่เข้มงวดขึ้น เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง เงินไหลออกจาก Gold ETF และแรงซื้อจากจีนที่อาจไม่เพียงพอพยุงตลาด
● ขณะที่ Standard Chartered ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ โดยให้เป้าหมายราคาที่ 5,100 เหรียญ ภายในช่วงกลางปี 2027 สะท้อนว่าทองคำยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อในระยะกลาง อย่างไรก็ตาม ธนาคารมองว่าแรงหนุนที่ทำให้ทองคำปรับขึ้นง่ายในช่วงครึ่งปีแรกได้ผ่านไปแล้ว ทำให้ครึ่งปีหลังอาจต้องเผชิญความผันผวนและทำกำไรยากขึ้น
สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
● Flash Manufacturing PMI ออกมาที่ 55.7 สูงกว่าคาดการณ์ 54.6 และสูงกว่าครั้งก่อน 55.1
● Flash Services PMI ออกมาที่ 51.3 สูงกว่าคาดการณ์ 51.1 และสูงกว่าครั้งก่อน 50.7
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.38 จุด หรือ 0.38% มาอยู่ที่ระดับ 101.39 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 101.44 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.493% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.195% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.3%
● นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยคาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนก.ย. และจะปรับขึ้นอีก 0.25% ในเดือนธ.ค.
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (23 มิ.ย.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ได้กู้ยืมเงินเพื่อนำมาใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากถึง 2 ครั้งในปีนี้
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 51,666.84 จุด ลดลง 45.87 จุด หรือ -0.09%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,365.46 จุด ลดลง 107.33 จุด หรือ -1.44%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,587.04 จุด ลดลง 579.56 จุด หรือ -2.21%
● หุ้นสหรัฐฯ ดิ่งแรงนำโดยกลุ่มชิปและเทคโนโลยี หลังแรงขายลามมาจากตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ซึ่งร่วงหนักจากข่าว SK Hynix บริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ชะลอการขยายกำลังผลิตชิป AI ประเด็นดังกล่าวจุดความกังวลว่าอุปสงค์ AI และ Data Center อาจเริ่มอ่อนแรง ส่งผลให้หุ้นชิปทั่วโลกถูกเทขาย
● หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี S&P500 โดยดิ่งลง 3.66% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมร่วงลง 2.03% ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยพุ่งขึ้น 1.8% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์พุ่งขึ้น 1.37%
● ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกกังวลของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก พุ่งขึ้นกว่า 12% แตะระดับ 19.52 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (23 มิ.ย.) หลังจากมีรายงานว่า มีเรือสินค้าจำนวนมากขึ้นที่สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านมีความคืบหน้า
● สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 65 เซนต์ หรือ 0.88% ปิดที่ 73.21 ดอลลาร์/บาร์เรล
● สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 82 เซนต์ หรือ 1.05% ปิดที่ 77.08 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ข้อมูลจาก Kpler ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์การขนส่งทางทะเล ระบุว่า เรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้อย 36 ลำ ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เกิดสงคราม รายงานระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของปริมาณการเดินเรือในภาวะปกติของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งโดยเฉลี่ยมีเรือแล่นผ่านราว 120 ลำต่อวัน
● อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก SEB Research ให้ความเห็นว่า ในระยะสั้น การผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวจะไม่ส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันมากนัก เนื่องจากบันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านยังคงเป็นเรื่องใหม่และยังคงมีความเปราะบาง
ข่าวการเมือง
● ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า อิหร่านยอมรับการตรวจสอบนิวเคลียร์ระยะยาว ทำให้สหรัฐฯ ยังเปิดช่องแคบฮอร์มุซไว้ และยังไม่กลับไปปิดล้อมทางทะเล ขณะที่เงินของอิหร่านที่สหรัฐฯ ปลดล็อกให้ จะถูกเก็บไว้ในบัญชีที่สหรัฐฯ ควบคุม และใช้ได้เฉพาะการซื้ออาหารและเวชภัณฑ์จากสหรัฐฯ เท่านั้น
● ทรัมป์ยืนยันว่า อิหร่านตกลงให้ผู้ตรวจสอบจาก IAEA เข้าตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์เพิ่มเติม หลังการเจรจาในสวิตเซอร์แลนด์ อย่างไรก็ตาม อิหร่านปฏิเสธว่าไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาใหม่ ขณะที่ทรัมป์ย้ำว่าสหรัฐฯ มีข้อมูลยืนยันเรื่องนี้ชัดเจน โดยทรัมป์ยังไม่ระบุกรอบเวลาการเข้าตรวจสอบ โดยระบุเพียงว่า จะดำเนินการเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
● การเจรจารอบใหม่ระหว่างอิสราเอลและเลบานอนเริ่มขึ้นแล้วที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมีสหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ย สถานทูตอิสราเอลระบุว่า การหารือจะเดินหน้าควบคู่กันทั้งด้านการทูตและการทหาร โดยการเจรจาดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งและลดความรุนแรงในเลบานอน
● วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติ 50 ต่อ 48 เสียง ให้ทรัมป์ยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หลังสภาผู้แทนราษฎรผ่านมติดังกล่าวไปก่อนหน้า มตินี้ถือเป็นแรงกดดันครั้งสำคัญจากสภาคองเกรส แม้รีพับลิกันจะครองเสียงข้างมาก แต่มีสมาชิกพรรค 4 คนร่วมโหวตสนับสนุนกับเดโมแครต
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(24มิ.ย.69) ที่ระดับ 33.28 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.15 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทวันนี้อยู่ที่ระดับ 33.15-33.50 บาท/ดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ