ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) นอกจากนี้ ข้อมูล PCE ยังได้ฉุดดัชนีดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองคำ
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 38.80 ดอลลาร์ หรือ 0.97% ปิดที่ 4,047.60 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 20.0 เหรียญ หรือ 0.5% มาอยู่ที่ระดับ 4,026.0 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,020.0 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวขึ้น 0.26 เหรียญ หรือ 0.46% มาอยู่ที่ระดับ 57.86 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 57.50 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 6.28 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,007.08 ตัน ภาพรวมเดือนมิถุนายนขายออก 22.08 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 64.93 ตัน
● Kitco รายงานมุมมองของ Ole Hansen จาก Saxo Bank ว่า ทองคำและ Silver ยังอ่อนตัวจากเงินไหลออกจาก Gold ETF ดอลลาร์แข็ง และความเชื่อมั่นนักลงทุนที่เปราะบาง ตลาดต้องเห็นดอลลาร์อ่อนค่าและแรงขาย ETF ทรงตัวก่อน ราคาจึงจะมีโอกาสฟื้นอย่างมั่นใจ
● Bloomberg รายงานว่า ธนาคารจีนรายใหญ่เริ่มจำกัดบริการซื้อขายโลหะมีค่าสำหรับนักลงทุนรายย่อย หลังราคาทองคำและ Silver ผันผวนแรง โดยธนาคาร ICBC จะยุติบริการตัวกลางซื้อขายโลหะมีค่าบน Shanghai Gold Exchange หลังวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมาตรการนี้ไม่ได้กระทบการซื้อทองคำจริงโดยตรง เพราะนักลงทุนยังสามารถซื้อทองคำแท่ง เหรียญ และเครื่องประดับได้ตามปกติ แต่เป็นการลดช่องทางเก็งกำไรแบบใช้เลเวอเรจสูง
สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
● PCE Price Index y/y ออกมาที่ 4.1% เท่ากับคาดการณ์ 4.1% และสูงกว่าครั้งก่อน 3.8%
● PCE Price Index m/m ออกมาที่ 0.4% ต่ำกว่าคาดการณ์ 0.5% และเท่ากับครั้งก่อน 0.4%
● Core PCE Price Index y/y ออกมาที่ 3.4% เท่ากับคาดการณ์ 3.4% และสูงกว่าครั้งก่อน 3.3%
● Core PCE Price Index m/m ออกมาที่ 0.3% เท่ากับคาดการณ์และครั้งก่อน
● Final GDP q/q ออกมาที่ 2.1% สูงกว่าคาดการณ์ 1.6% และสูงกว่าครั้งก่อน 1.6%
● Final GDP Price Index q/q ออกมาที่ 3.6% สูงกว่าคาดการณ์ 3.5% และสูงกว่าครั้งก่อน 3.5%
● Unemployment Claims ออกมาที่ 215K ต่ำกว่าคาดการณ์ 225K และต่ำกว่าครั้งก่อน 227K
● ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ สะท้อนภาพแข็งแกร่ง โดย GDP ไตรมาส 1 ขยายตัว 2.1% สูงกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงเหลือ 215K บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง ส่วน Core PCE m/m ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญยังทรงตัวที่ 0.3%
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวลดลง -0.16 จุด หรือ -0.16% มาอยู่ที่ระดับ 101.44 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 101.46 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ไม่เปลี่ยนแปลง มาอยู่ที่ระดับ 4.402% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.125% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.28%
● ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลง หลังเงินเฟ้อ PCE เดือนพฤษภาคมออกมาไม่ร้อนแรงเกินคาด ทำให้ตลาดลดน้ำหนักคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ดัชนีดอลลาร์ลดลง 0.19% และมีแนวโน้มปรับตัวลงมากที่สุดในรอบ 2 สัปดาห์ ขณะที่เงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.16% หลังแรงหนุนจากคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยเริ่มอ่อนแรงลง
● ข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่า โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคมลดลงเหลือราว 30% จาก 34.2% แม้ GDP ไตรมาสแรกถูกปรับเพิ่มขึ้น และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลง สะท้อนว่าตลาดยังให้น้ำหนักกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่เริ่มไม่ร้อนแรงเกินคาด
● จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดนิวยอร์ก มองว่าเงินเฟ้ออาจเริ่มชะลอลงเล็กน้อยในไตรมาสข้างหน้า หากราคาน้ำมันเริ่มทรงตัวและความเสี่ยงจากช่องแคบฮอร์มุซคลี่คลาย แต่ยังเตือนว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก
● บิลล์ อดัมส์ จาก Fifth Third Commercial Bank มองว่า จุดสำคัญของตัวเลขรอบนี้คือ Core PCE ที่เร่งตัวขึ้น ซึ่งเพิ่มโอกาสที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในช่วง 12 เดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตาม เขาคาดว่าเฟดน่าจะ คงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม เพื่อรอดูว่าเงินเฟ้อจะชะลอลงหรือไม่ หลังผลกระทบจากภาษีนำเข้าและสงครามเริ่มลดลง
● ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Deutsche Bank คาดว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ คือเดือนกันยายนและธันวาคม หลังแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มกระจายตัวกว้าง ไม่ได้มาจากภาษีนำเข้าหรือราคาพลังงานเพียงอย่างเดียว ด้าน Morgan Stanley Wealth Management ระบุว่า ตัวเลขล่าสุดเป็นเครื่องย้ำเตือนว่าเงินเฟ้อยังอยู่สูงกว่าเป้าหมายของเฟดมาก ทำให้ความเสี่ยงด้านดอกเบี้ยยังคงกดดันตลาด.
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) หลังจากนักลงทุนซึมซับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่ออกมาสอดคล้องกับการคาดการณ์ ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดลบอย่างต่อเนื่อง จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีมูลค่าตลาดสูง
● ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 51,920.62 จุด เพิ่มขึ้น 71.72 จุด หรือ +0.14%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,357.49 จุด ลดลง 0.73 จุด หรือ -0.01%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,358.60 จุด ลดลง 118.03 จุด หรือ -0.46%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) หลังมีรายงานว่าเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งถูกโจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิดใกล้กับประเทศโอมาน ซึ่งส่งผลให้ความพยายามในการอพยพเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซต้องหยุดชะงักลง และทำให้นักลงทุนกลับมาวิตกกังวลเกี่ยวกับการไหลเวียนของอุปทานน้ำมันทั่วโลกอีกครั้ง
● ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.58 ดอลลาร์ หรือ 2.25% ปิดที่ 71.92 ดอลลาร์/บาร์เรล
● สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.52 ดอลลาร์ หรือ 2.06% ปิดที่ 75.26 ดอลลาร์/บาร์เรล
● อิรักส่งสัญญาณอาจพิจารณาถอนตัวจาก OPEC หากกลุ่มไม่ปรับเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมันให้สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันภายในกลุ่ม หลัง UAE ถอนตัวก่อนหน้า ขณะที่ OPEC เตรียมทบทวนกำลังการผลิตของสมาชิกเพื่อกำหนดเป้าหมายปี 2570
ข่าวการเมือง
● จีนและสหรัฐฯ เห็นชอบจัดตั้งสภาการค้า เพื่อเป็นกลไกหารือความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างกัน โดยมีประเด็นสำคัญครอบคลุมการปรับลดภาษีศุลกากร รวมถึงการขยายความร่วมมือในภาคการบินและภาคเกษตร ขณะที่ทั้งสองฝ่ายเตรียมหารือรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมสนับสนุนให้ภาคธุรกิจของสองประเทศเชื่อมโยงกันมากขึ้น
● มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ปิดฉากการเยือนอ่าวเปอร์เซีย โดยย้ำกับพันธมิตร GCC ว่า ข้อตกลงสหรัฐฯ–อิหร่านจะต้องไม่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศในภูมิภาค พร้อมแสดงท่าทีที่ระมัดระวังและแข็งกร้าวกว่าโดนัลด์ ทรัมป์และเจดี แวนซ์ โดยเฉพาะในประเด็นผู้นำอิหร่านและการคุ้มครองผลประโยชน์ของพันธมิตรตะวันออกกลาง
● เรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตีด้วยโดรนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ และอิหร่านมีข้อตกลงเปิดทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ขณะเดียวกัน อิหร่านเตือนว่าเรือที่เดินทางนอกเส้นทางที่กำหนดจะไม่ได้รับการรับประกันความปลอดภัยหรือความคุ้มครองด้านประกันภัย สะท้อนว่าความเสี่ยงด้านการเดินเรือในภูมิภาคยังไม่คลี่คลาย
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (26 มิ.ย.)ที่ระดับ 33.39 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากวันก่อนหน้าเล็กน้อย โดยกรุงไทยมองกรอบเคลื่อนไหววันนี้ที่ 33.30-33.50 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
