สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 10 กรกฎาคม 2569

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.)โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากราคาร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
● สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค.เพิ่มขึ้น 58.40 ดอลลาร์ หรือ 1.43% ปิดที่ 4,140.80 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 49.0 เหรียญ หรือ 1.2% มาอยู่ที่ระดับ 4,123.0 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,125.0 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวขึ้น 1.61 เหรียญ หรือ 2.75% มาอยู่ที่ระดับ 59.97 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 60.14 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 3.14 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,005.65 ตัน ภาพรวมเดือนกรกฎาคมซื้อเข้า 0.57 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 66.36 ตัน
● นักวิเคราะห์ของ HSBC ได้ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำเฉลี่ยสำหรับปี 2569 และ 2570 ลงสู่ระดับ 4,560 ดอลลาร์ และ 4,925 ดอลลาร์ ตามลำดับ จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 4,864 ดอลลาร์ และ 5,000 ดอลลาร์ ตามลำดับ
● Kitco News รายงานมุมมองนักวิเคราะห์ จาก CME Group ว่า ราคาทองคำและ Silver ยังถูกกดดันระยะสั้นจากความคาดหวังว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้อพื้นฐานยังสูง ทำให้บอนด์ยีลด์ระยะสั้นปรับขึ้นและกดดันโลหะมีค่า โดยประเมินว่า หากเงินเฟ้อยังสูงและเฟดขึ้นดอกเบี้ยต่อ จะเป็นลบต่อทองคำและพันธบัตรในระยะสั้น แต่หากตลาดหุ้นปรับฐานแรงจนเศรษฐกิจชะลอ เฟดอาจต้องกลับมาลดดอกเบี้ย ซึ่งอาจเปิดทางให้ทองคำกลับเข้าสู่รอบขาขึ้นใหม่
● Kitco News รายงานมุมมองของ Metals Focus ว่า แม้ทองคำกลับมายืนเหนือ 4,100 เหรียญ ได้ แต่การเบรกขึ้นแรงยังทำได้ยาก เพราะความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่านยังหนุนราคาพลังงาน เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ระยะสั้น Metals Focus คาดว่าทองคำจะเข้าสู่ช่วง พักฐานในกรอบกว้าง โดยมีแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์ และความต้องการทองคำจริงที่มักอ่อนตัวในเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม อย่างไรก็ตาม ภาพระยะยาวยังเป็นบวก โดยคาดว่าทองคำอาจกลับมาฟื้นตัวช่วงปลายไตรมาส 3 หากตลาดเริ่มลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด
สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
● Unemployment Claims ออกมาที่ 215K ต่ำกว่าคาดการณ์ 218K และต่ำกว่าครั้งก่อน 217K
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวลดลง -0.1 จุด หรือ -0.1% มาอยู่ที่ระดับ 100.94 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 100.8 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.549% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 4.172% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.38%
● Kevin Warsh ประธานเฟด ตั้งคณะทำงาน 5 ชุด เพื่อทบทวนครั้งใหญ่ทั้งด้านการสื่อสาร งบดุล ข้อมูล ผลิตภาพและการจ้างงาน รวมถึงกรอบเงินเฟ้อ คณะทำงานรวบรวมอดีตผู้ว่าการธนาคารกลาง นักเศรษฐศาสตร์ และผู้บริหารชั้นนำ เพื่อเสนอแนวทางปรับโครงสร้างการดำเนินนโยบายของเฟด ข้อสรุปคาดว่าจะเผยแพร่ภายในสิ้นปี ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแนวทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ในระยะยาว
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นกว่า 300 จุด โดยได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งหุ้นกลุ่มผลิตชิป นำโดยหุ้น Micron Technology ซึ่งแรงซื้อหุ้นกลุ่มดังกล่าวได้ช่วยบดบังปัจจัยลบจากความวิตกกังวลที่ว่าการปะทะกันรอบใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านอาจทำให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อและส่งผลเงินเฟ้อดีดตัวขึ้น
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 52,487.41 จุด เพิ่มขึ้น 139.02 จุด หรือ +0.27%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,543.64 จุด เพิ่มขึ้น 60.93 จุด หรือ +0.81%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,206.89 จุด เพิ่มขึ้น 336.24 จุด หรือ +1.30%
● นักลงทุนจับตาการเปิดเผย CPI สหรัฐฯ และถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช ประธานเฟดในสัปดาห์หน้า เพื่อหาสัญญาณทิศทางอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยวอร์ชจะแถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 14 ก.ค. และวุฒิสภาวันที่ 15 ก.ค.
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.) หลังตลาดประเมินความเสี่ยงสหรัฐฯ–อิหร่านที่อาจรุนแรงขึ้น ควบคู่กับสัญญาณว่าการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ได้รับผลกระทบหนัก สถานการณ์ดังกล่าวช่วยลดความกังวลเรื่องอุปทานขาดแคลนในระยะยาว แม้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
● สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค.ลดลง 1.44 ดอลลาร์ หรือ 1.96% ปิดที่ 72.08 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 1.72 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 76.30 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
● ข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ–อิหร่านพังทลายลง หลังเกิดการโจมตีครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง ทำให้ภูมิภาคกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง สื่ออิหร่านรายงานว่าฐานทัพในบูเชห์รและโคนารักถูกโจมตี โดยกล่าวหาสหรัฐฯ–อิสราเอล แต่สหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่ได้โจมตี ขณะที่อิสราเอลระบุว่าไม่ทราบถึงการมีส่วนร่วม ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านหารือกับตุรกี โอมาน และซาอุดีอาระเบีย เพื่อใช้ช่องทางการทูตลดความเสี่ยงไม่ให้สถานการณ์ยกระดับรุนแรงขึ้น
● อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า การเจรจาทางการทูตยังดำเนินอยู่เบื้องหลัง โดยสหรัฐฯ จงใจเว้นจังหวะการโจมตีเป็นระยะ เพื่อหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้ง และเปิดโอกาสให้การเจรจาสามารถเดินหน้าต่อได้ ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ยังคงเตรียมรายชื่อเป้าหมายไว้ใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง หากสถานการณ์จำเป็นต้องกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหาร
● กองทัพสหรัฐฯ ยังคงเตรียมพร้อมรับมือการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมในคืนนี้ ขณะเดียวกัน ปากีสถานและกาตาร์กำลังเร่งผลักดันให้สหรัฐฯ และอิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจา แม้ความตึงเครียดยังคงอยู่
● สถานการณ์เกิดขึ้นในช่วงสิ้นสุดพิธีศพอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ขณะที่โมจตาบา ผู้สืบทอดตำแหน่ง ยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ โดยการไม่ปรากฏตัวดังกล่าวเพิ่มคำถามต่อเสถียรภาพทางการเมืองของอิหร่านในช่วงเวลาที่เปราะบาง ขณะเดียวกันมีรายงานว่าอิหร่านอาจรื้อแผนลอบสังหารทรัมป์ขึ้นมาอีกครั้ง
● เลบานอนยืนยันว่าจะเดินหน้าเจรจากับอิสราเอลต่อ หากอิสราเอลเริ่มถอนกำลังจากพื้นที่ยึดครองทางตอนใต้ของประเทศ แม้ข้อตกลงหยุดยิงกำหนดให้อิสราเอลถอนทหารจากพื้นที่นำร่อง 2 แห่ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณความคืบหน้า ขณะที่อิสราเอลยังปฏิเสธการถอนกำลังในวงกว้าง ก่อนการเจรจารอบใหม่ที่กรุงโรมในสัปดาห์หน้า
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.38 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.43 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้อยู่ที่ระดับ 33.25-33.50 บาท/ดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ