สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 13 กรกฎาคม 2569

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
ราคาทองคำตลาดโลกปิดลดลงในวันศุกร์ (10 ก.ค.) ส่งผลให้ภาพรวมตลอดสัปดาห์ปิดในแดนลบ ขณะที่ช่วงเช้าวันนี้ (13 ก.ค.) ราคาทองคำยังคงอ่อนตัว หลังมีรายงานการปะทะรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งผลักดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงขึ้น และเพิ่มความกังวลว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) พิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 27.10 ดอลลาร์ หรือ 0.65% ปิดที่ 4,113.70 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -4.58 เหรียญ หรือ -0.11% มาอยู่ที่ระดับ 4,120.67 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,075 เหรียญ
ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -0.11 เหรียญ หรือ -0.20% มาอยู่ที่ระดับ 59.85 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 58.85 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 3.20 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,002.45 ตัน ภาพรวมเดือนกรกฎาคมขายออก 2.63 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 69.56 ตัน
ผลสำรวจแนวโน้มราคาทองคำประจำสัปดาห์ของ Kitco News โดยมุมมองยังคงแตกต่างกัน หลังราคาทองคำเคลื่อนไหวอย่างไร้ทิศทางชัดเจน นักวิเคราะห์ 38% คาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ 23% มองว่าราคาจะปรับตัวลดลง ส่วนอีก 38% คาดว่าราคาทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ในสัปดาห์นี้
ด้าน Daniel Pavilonis จาก StoneX Group มองว่าราคาทองคำและโลหะเงินอาจอ่อนตัวลงต่อ เนื่องจากโครงสร้างกราฟยังเปราะบางและขาดแรงซื้อ โดยเงินทุนบางส่วนกำลังไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นต่างประเทศและหุ้นเทคโนโลยีแทนสินทรัพย์โลหะมีค่า โดยเตือนว่า หากราคาทองคำหลุดระดับต่ำสุดล่าสุด อาจเผชิญแรงขายรอบใหม่และปรับตัวลงสู่กรอบ 3,800–3,600 เหรียญ
StoneX คาดว่าราคาทองคำจะปิดปีใกล้ระดับ 4,000 เหรียญ โดยทิศทางยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์อิหร่าน–ช่องแคบฮอร์มุซและแนวโน้มดอกเบี้ยของเฟด ระยะสั้นทองคำอาจอ่อนตัว แต่หากยืนบริเวณ 4,000 เหรียญได้ มีโอกาสดึงแรงซื้อทองคำจริงกลับมา ขณะที่ธนาคารกลางยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญ ส่วนราคาโลหะเงินคาดว่าจะเคลื่อนไหวตามทองคำในกรอบ 55–60 เหรียญ และมีความผันผวนสูงกว่า
ธนาคารกลางโปแลนด์ซื้อทองคำเพิ่มราว 19 ตันในเดือนล่าสุด ทำให้ยอดซื้อปีนี้อยู่ที่ 82 ตัน และถือครองรวม 632.4 ตัน โดยตั้งเป้าเพิ่มเป็น 700 ตัน ด้านผู้ว่าการธนาคารกลางโปแลนด์ ระบุว่า ราคาทองคำที่ปรับตัวลงเป็นโอกาสสะสม เพื่อเสริมความมั่นคงและกระจายความเสี่ยงของทุนสำรอง นักวิเคราะห์มองว่าแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกช่วยสร้างฐานรองรับราคาทองคำบริเวณ 4,000 เหรียญ แม้ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากดอกเบี้ยและผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น
Kitco News ประเมิน ราคาทองคำยังยืนเหนือ 4,100 เหรียญไม่ได้ และลดลงเกือบ 2% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อและแนวโน้มเฟดคงท่าทีเข้มงวด โดยสัปดาห์นี้ตลาดจับตาตัวเลข CPI–PPI และถ้อยแถลงของประธานเฟด Kevin Warsh ซึ่งหากเงินเฟ้อชะลอตัว อาจลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยและช่วยหนุนทองคำ อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงยังอยู่ในระดับสูงและทองคำยังขาดปัจจัยบวกใหม่ ทำให้แนวรับต่ำกว่า 4,000 เหรียญยังมีโอกาสถูกทดสอบ
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.06 จุด หรือ 0.06% มาอยู่ที่ระดับ 100.97 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 101.18 จุด
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.585% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 4.235% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.35%
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (10 ก.ค.) ขณะที่ S&P500 ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังหุ้น SK Hynix เข้าตลาด Nasdaq กระแสแรง หนุนความเชื่อมั่นหุ้นชิป ก่อนตลาดจับตาผลประกอบการไตรมาส 2 สัปดาห์นี้
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 52,637.01 จุด เพิ่มขึ้น 149.60 จุด หรือ +0.29%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,575.39 จุด เพิ่มขึ้น 31.75 จุด หรือ +0.42%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,281.61 จุด เพิ่มขึ้น 74.72 จุด หรือ +0.29%
ขณะที่ ณ เวลา 06.44 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลง 107 จุด หรือ -0.20% แตะที่ระดับ 52,799 จุด ท่ามกลางความกังวลตะวันออกกลางตึงเครียด หลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านระลอกใหม่เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้นกว่า 4% ในช่วงเช้าวันนี้ (13 ก.ค.) หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเปิดฉากปะทะกันรอบใหม่ ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังแย่งชิงการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก
ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้น 4.34% แตะที่ 74 ดอลลาร์/บาร์เรล
น้ำมันเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้น 4.3% แตะระดับ 78.80 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ตามเวลาไทย ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดย CENTCOM ระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือพลเรือนและเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
การโจมตีเกิดขึ้นหลัง IRGC ยิงใส่เรือขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ขณะที่เครื่องบินสหรัฐฯ สามารถสกัดขีปนาวุธร่อนและโดรนโจมตีของอิหร่านได้
IRGC ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม พร้อมเตือนว่าจะตอบโต้ผู้รุกรานอย่างรุนแรง แม้สหรัฐฯยืนยันว่าช่องแคบยังคงเปิดอยู่
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ เริ่มกังวลว่าการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านอาจไม่ประสบความสำเร็จ หากอิหร่านไม่แสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติตามข้อตกลงชั่วคราว
ปากีสถานเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเร่งลดความตึงเครียด หลังสหรัฐฯ–อิหร่านตอบโต้กันต่อเนื่อง ขณะที่โอมานเสนอแบ่งเส้นทางควบคุมในช่องแคบฮอร์มุซ 2 เส้นทาง เพื่อลดความเสี่ยงอิหร่านยังหารือกับปากีสถาน เพื่อประเมินสถานการณ์ภูมิภาคที่ยังเปราะบาง
สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังมีข้อมูลขัดแย้งกัน โดยอิหร่านและ IRGC ประกาศปิดช่องแคบจนกว่าจะมีคำสั่งเพิ่มเติม ขณะที่สหรัฐฯ และ CENTCOM ยืนยันว่าเส้นทางยังเปิดและพร้อมคุ้มครองเสรีภาพในการเดินเรือ ทำให้ตลาดยังต้องจับตาความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมัน ราคาพลังงาน และแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 33.35 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าขึ้นเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 33.25 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบแนวรับอยู่ที่ 33.20 บาท แนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ