IQ> *CGH ขายทิ้งบล.พาย-ท็อปเทรดเดอร์ให้ Webull ราว 2.86 พันลบ. หันรุกธุรกิจสุขภาพ-กีฬา-ปล่อยสินเชื่อ
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มิ.ย. 69)--บมจ.คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ [CGH] เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2569 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 มีมติเห็นชอบให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติการเข้าทำรายการจำหน่าย เงินลงทุนทั้งหมดในบล.พาย (Pi) โดยการจำหน่ายหุ้นจำนวนทั้งสิ้น 1,578,884,083 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 90.98% ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วของ Pi และบริษัท ท๊อปเทรดเดอร์ จำกัด (TT) โดยการจำหน่ายหุ้นจำนวนทั้งสิ้น 885,666 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 55.99% ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระ แล้วของ TT
ซึ่งทั้งสองบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ให้แก่ Webull Holdings (Singapore) Pte. Ltd. (WBH) ซึ่งไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 2,865,000,000 บาท
ทั้งนี้ ราคาซื้อขายดังกล่าวยังไม่ใช่ราคาซื้อขายสุดท้าย เนื่องจากจะต้องมีการปรับราคา (Price Adjustment) ตามกลไก การปรับราคาซึ่งอาจมีการปรับราคาหากสินทรัพย์ภายใต้การบริหารของ Pi ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจัยที่กำหนดโดยไม่รวมถึงการลดลงจากความผันผวนของตลาด หรือสภาวะเศรษฐกิจ ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้น โดยภายหลังจากการจำหน่ายหุ้นสามัญของ Pi และ TT ทั้งหมดแล้ว จะส่งผลให้ Pi และ TT สิ้นสุดการเป็นบริษัท ย่อยของบริษัทฯ
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการทำรายการจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัทย่อย TT ยังคงมีภาระหนี้สินคงค้างกับ บริษัทฯ จำนวน 11,000,000 บาท โดยอ้างอิงจากงบการเงินที่ผ่านการสอบทานแล้ว ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องนำภาระหนี้สินคงค้างดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อประเมินมูลค่าขนาดรายการด้วย
ทั้งนี้ Webull Holdings (Singapore) Pte. Ltd. ประกอบธุรกิจบริษัทโฮลดิ้ง (Holding company) โดยถือหุ้นในบริษัทย่อยต่างๆ ของกลุ่ม Webull ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมฮ่องกง และประเทศอินโดนีเซีย) ยุโรป และละตินอเมริกา โดยผู้ซื้อ เป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้นทั้งหมดโดย Webull Corporation ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์แนสแด็ก (NASDAQ: BULL) ทั้งนี้ ผู้ซื้อมีฐานะเป็นบริษัทใหญ่ของบริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด
*เดินเกมใหม่ รุกธุรกิจสุขภาพ-กีฬา-ปล่อยสินเชื่อธุรกิจ
ภายหลังจากการจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดใน Pi และ TT บริษัทฯ มีแผนที่จะนำเงินที่ได้รับจากการทำธุรกรรมในครั้งนี้ไปใช้เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจ การลงทุน และการขยายโอกาสทางธุรกิจในอนาคตของกลุ่มบริษัทฯ รวมถึง ธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต โดยมุ่งเน้นการจัดสรรเงินทุนไปยังธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างกระแสรายได้และ ผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่
1) ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ได้แก่ ธุรกิจการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Wellness) และ/หรือการให้บริการด้านสุขภาพในรูปแบบต่างๆ โดยปัจจุบันบริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินโครงการ Wellness Clinic แล้ว ซึ่งปัจจุบัน อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ตกแต่งภายใน และเตรียมความพร้อมด้านระบบงานและบุคลากร โดยคาดว่าจะ พร้อมเปิดดำเนินการและเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงปลายไตรมาส 3 ถึงต้นไตรมาส 4 ของปี 2569
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาโอกาสในการลงทุนในธุรกิจ Longevity Retreat และธุรกิจด้านสุขภาพ อื่นๆ ทั้งในรูปแบบการจัดหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ และ/หรือการเข้าลงทุนในกิจการที่มีศักยภาพ โดย บริษัทฯ มีแผนที่จะเข้าลงทุน หรือทยอยลงทุนภายในปี 2569 ซึ่งจะขึ้นอยู่กับผลการศึกษา และความคืบหน้า ของการเจรจาเงื่อนไขของโครงการ
2) การดำเนินธุรกิจโดยตรงผ่านหน่วยธุรกิจใหม่เพื่อสร้างรายได้จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ มี แผนดำเนินงานใน 2 แนวทางหลัก ได้แก่
- ธุรกิจการให้สินเชื่อ และ/หรือการสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจหรือโครงการที่มีศักยภาพ ซึ่งเป็น หนึ่งในแนวทางสำคัญในการสร้างผลตอบแทนและกระแสรายได้ให้แก่บริษัทฯ ในระยะเวลาอันใกล้ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการคัดกรองและคัดเลือกข้อเสนอที่มีความเหมาะสมเบื้องต้นแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด เงื่อนไขทางธุรกิจ และมาตรการป้องกันความเสี่ยง โดยตั้งเป้า ที่จะนำเสนอโครงการหรือธุรกรรมที่มีความพร้อมเชิงพาณิชย์เพื่อพิจารณาอนุมัติภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 ภายใต้การประเมินความเสี่ยงด้านเครดิต และหลักประกันที่เหมาะสม
- ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกีฬา สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ เช่น ธุรกิจสนามกีฬา ฟิตเนส Wellness และ/หรือ ธุรกิจบริการอื่นที่สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ โดยได้เริ่มดำเนินการ พิจารณาและคัดเลือกพื้นที่หรือโครงการที่มีศักยภาพแล้ว และอยู่ระหว่างการประเมินความ เหมาะสมของโครงการเป้าหมาย เจรจาเงื่อนไขทางธุรกิจ และจัดเตรียมโครงสร้างการลงทุน โดย คาดว่าจะสามารถดำเนินการลงทุนและเริ่มพัฒนาโครงการได้ภายในปี 2569 ทั้งนี้ การพิจารณา ลงทุนจะคำนึงถึงสภาวะตลาด ความเหมาะสมของโครงการ และผลตอบแทนที่คาดหวังเป็นสำคัญ
3) ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินงาน และ/หรือบริหารเงินลงทุนในการเข้าลงทุนในกิจการอื่น และ/หรือเข้าลงทุนในหลักทรัพย์เพิ่มเติม
พร้อมกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 ในวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ในรูปแบบ การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-EGM) เพียงรูปแบบเดียว และกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการเข้าร่วม ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 (Record Date) ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569
ตลาดหลักทรัพย์ฯ แจ้งปลดเครื่องหมาย H ของหุ้น CGH ในช่วงเช้าวันนี้ (30 มิ.ย.69)
โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/รัชดา คงขุนเทียน