สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 3 สิงหาคม 2569

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (31 ก.ค.) โดยถูกกดดันจากการฟื้นตัวของดอลลาร์สหรัฐหลังอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือนในการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดี อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำปิดบวกเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน เนื่องจากข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
● สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 53.60 ดอลลาร์ หรือ 1.29% ปิดที่ 4,107.00 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -58.19 เหรียญ หรือ -1.42% มาอยู่ที่ระดับ 4,045.17 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,055.35 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -1.44 เหรียญ หรือ -2.44% มาอยู่ที่ระดับ 57.57 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 58.05 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 0.85 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,007.02 ตัน ภาพรวมเดือนสิงหาคมขายออก 0.85 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 64.99 ตัน
● ขณะที่เช้านี้ราคาทองคำเปิด Gap ปรับขึ้นแตะระดับ 4,080 เหรียญ ก่อนย่อตัวลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,060 เหรียญ ฟื้นตัวจากแรงขายก่อนหน้า หลังทรัมป์ระบุว่าการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านจะกลับมาเริ่มอีกครั้งในวันนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิ่งลงแรงกว่า 9% และช่วยลดความกังวลด้านเงินเฟ้อกับทิศทางดอกเบี้ยเฟด
● Kitco Commentary ระบุว่า แม้ทองคำปิดเดือนกรกฎาคมเป็นบวกครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มสงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน แต่ภาพรวมยังไม่ใช่การ Breakout ชัดเจน เพราะราคาทั้งเดือนเพิ่มขึ้นเพียงราว 16 เหรียญ และแท่งเทียนรายเดือนออกมาใกล้เคียงรูปแบบ Doji สะท้อนภาวะลังเลของตลาด อย่างไรก็ตาม สัญญาณบวกสำคัญคือ ราคาทองคำทำ Higher Low ครั้งแรกตั้งแต่เดือนเมษายน และแนวต่ำสุดยังใกล้เคียงกับจุดต่ำของเดือนมิถุนายนและตุลาคม 2025 สะท้อนว่าแรงขายยังไม่สามารถกดราคาหลุดฐานเดิมได้
● ผลสำรวจ Kitco News Gold Survey สัปดาห์นี้มีนักวิเคราะห์เข้าร่วม 17 ราย โดยมุมมองของ Wall Street ยังแตกเป็น 3 ฝั่ง หลังราคาทองคำเคลื่อนไหวไร้ทิศทางชัดเจน นักวิเคราะห์ 29% คาดว่าทองคำจะปรับขึ้นในสัปดาห์นี้ ขณะที่ 35% มองว่าราคาจะปรับลง และอีก 35% คาดว่าทองคำจะยังแกว่งตัว Sideway ต่อไป
● Kitco News รายงาน นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า ทองคำยังต้องการความชัดเจนจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ ทิศทางดอกเบี้ยเฟด และสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยแนวรับสำคัญยังอยู่บริเวณ 4,000 เหรียญ ขณะที่การยืนเหนือโซนนี้ได้สะท้อนว่าแรงซื้อยังคงป้องกัน downside ไว้
● Kitco News รายงานว่า Tether ผู้ออก Stablecoin รายใหญ่ เพิ่มการถือครองทองคำจริงอีก 14 ตัน ในไตรมาส 2 ทำให้ถือทองคำรวมมากกว่า 146 ตัน มูลค่าราว 18.8 พันล้านดอลลาร์ กลายเป็นหนึ่งในผู้ถือทองคำเอกชนรายใหญ่ของโลก Tether ระบุว่า ทองคำคิดเป็นประมาณ 10% ของเงินสำรองทั้งหมดที่ 187.8 พันล้านดอลลาร์ หากเทียบกับธนาคารกลางทั่วโลกที่ซื้อทองคำรวม 289 ตัน ในไตรมาส 2 การซื้อของ Tether คิดเป็นเกือบ 5% ของอุปสงค์ทองคำจากภาครัฐ
สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
● Revised UoM Consumer Sentiment ออกมาที่ 55.2 สูงกว่าคาดการณ์ 53.9 และสูงกว่าครั้งก่อน 54.4
● Revised UoM Inflation Expectations ออกมาเท่ากับครั้งก่อน 4.2%
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวลดลง -0.22 จุด หรือ -0.22% มาอยู่ที่ระดับ 99.8 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 99.63 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.696% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ไม่เปลี่ยนแปลง มาอยู่ที่ระดับ 4.25% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ 0.45%
● CNN รายงานว่า กระทรวงการคลังญี่ปุ่นร่วมกับกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงค่าเงินด้วยการซื้อเงินเยนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อสกัดความผันผวนรุนแรง หลังเงินเยนอ่อนค่าแตะ 163.73 เยนต่อดอลลาร์ ใกล้ระดับอ่อนสุดในรอบราว 40 ปี หลังการแทรกแซง เงินเยนแข็งค่ากลับมาแถว 157 เยนต่อดอลลาร์ ขณะที่ทั้งญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ย้ำว่าพร้อมดำเนินมาตรการร่วมกันอีก หากตลาดยังเคลื่อนไหวผิดปกติ.
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (31 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท Amazon ซึ่งช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้ว่าหุ้น Apple ร่วงลงอย่างหนักหลังเปิดเผยแนวโน้มธุรกิจที่สร้างความผิดหวังให้กับตลาด
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 52,485.03 จุด เพิ่มขึ้น 276.97 จุด หรือ +0.53%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,489.72 จุด เพิ่มขึ้น 52.09 จุด หรือ +0.70%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,373.85 จุด เพิ่มขึ้น 251.68 จุด หรือ +1.00%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● ราคาน้ำมันดิบปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ (31 ก.ค.) จากความกังวลว่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจหยุดชะงัก โดย WTI เพิ่มขึ้น 1.29% ปิดที่ 84.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent เพิ่มขึ้น 1.22% ปิดที่ 90.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันเดือนกรกฎาคมทำผลงานดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม
● อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าวันนี้ (3 ส.ค.) ราคาน้ำมันร่วงลงแรง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านและเตรียมเริ่มการเจรจา โดย WTI ลดลง 4.5% สู่ 80.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ Brent ลดลง 4.4% สู่ 84.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
● OPEC+ เพิ่มกำลังผลิตเดือนก.ย. อีก 188,000 บาร์เรลต่อวัน เป็นครั้งที่ 6 ติดต่อกัน เพื่อทยอยยกเลิกมาตรการลดกำลังผลิตที่เริ่มใช้ในปี 2023 พร้อมเตือนความเสี่ยงจากการโจมตีโครงสร้างพลังงานและเส้นทางขนส่งชะงัก ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนของตลาดน้ำมัน
ข่าวการเมือง
● ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า การเจรจากับอิหร่านจะกลับมาเริ่มขึ้นในช่วงบ่ายวันจันทร์ หลังสหรัฐฯ ระงับแผนโจมตีครั้งใหญ่ตามคำร้องของซาอุดีอาระเบีย UAE กาตาร์ และอิหร่าน โดยหวังบรรลุข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที และยุติภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างสิ้นเชิง
● อย่างไรก็ตาม สื่ออิหร่านปฏิเสธว่าเตหะรานเป็นฝ่ายขอให้ยกเลิกการโจมตี และยังไม่ส่งสัญญาณเปลี่ยนท่าทีต่อช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ปากีสถาน กาตาร์ UAE ตุรกี และประเทศอื่น ๆ เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายลดความตึงเครียด เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลาม ทำให้ตลาดยังต้องจับตาว่าการเจรจารอบใหม่จะนำไปสู่ข้อตกลงจริงหรือไม่.
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.33 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 33.39 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.20-33.45 บาท/ดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในส่วนของข้อมูลประชาสัมพันธ์ DW13 นี้เท่านั้น

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ