
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (17 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 44.0 เหรียญ หรือ 1.01% มาอยู่ที่ระดับ 4,416.68 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,432 เหรียญ
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 36.40 ดอลลาร์ หรือ 0.82% ปิดที่ 4,473.70 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคา Silver ปิดปรับตัวขึ้น 1.12 เหรียญ หรือ 1.73% มาอยู่ที่ระดับ 65.77 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 66.45 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 7.13 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,030.66 ตัน ภาพรวมเดือนสิงหาคมซื้อเข้า 22.79 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 41.35 ตัน
● ฝ่ายกลยุทธ์ของ Morgan Stanley มองว่า ทองคำยังเป็นสินทรัพย์สำคัญสำหรับกระจายความเสี่ยง และอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวมากว่า 25 ปี โดยคาดว่าราคามีโอกาสขึ้นสู่ 5,200 เหรียญภายในปลายปี 2026 หากเงินทุนไหลเข้า Gold ETF และเฟดมีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากสงครามอิหร่านดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อสูง จนเฟดต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าคาด ก็อาจเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำได้
● WGC ระบุว่า ความต้องการลงทุนทองคำในจีนฟื้นตัว โดย Gold ETF เดือนก.ค. ถือครองเพิ่ม 5 ตัน สู่ 282 ตัน และช่วง ม.ค.–ก.ค. เพิ่มสุทธิ 34 ตัน ขณะที่เดือนส.ค. เพิ่มอีกประมาณ 8 ตัน โดยมีเงินไหลเข้าเกือบทุกวัน จากแรงหนุนของโมเมนตัมราคาทองคำที่แข็งแกร่ง
● เจมส์ สตีล จาก HSBC มองว่า ทองคำยังมีแนวโน้มขาขึ้น หากราคาน้ำมันไม่พุ่งแรงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยแรงซื้ออาจกลับมาจากสถาบันขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นทองคำเริ่มเข้าใกล้ภาวะ Overbought และมีแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,500 เหรียญ
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวลดลง -0.08 จุด หรือ -0.08% มาอยู่ที่ระดับ 99.58 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 4.73% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.18% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.55%
● San Francisco Fed มองว่า ดอกเบี้ยเฟดที่ 3.50%–3.75% ยังต่ำกว่าระดับที่เหมาะสมประมาณ 0.50–0.75% จึงยังถือว่าเป็นระดับที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ ไม่ได้กดเศรษฐกิจมากนัก ดังนั้น เฟดอาจยังไม่จำเป็นต้องรีบลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม และยังมีโอกาสคงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (17 ส.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากันอิหร่าน ขณะเดียวกันนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่บริษัทค้าปลีกรายใหญ่จะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้
● ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 53,459.78 จุด ลดลง 272.63 จุด หรือ -0.51%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,745.06 จุด ลดลง 40.70 จุด หรือ -0.52%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,644.91 จุด ลดลง 84.25 จุด หรือ -0.32%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (17 ส.ค.) เนื่องจากการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลก
● ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 2.10 ดอลลาร์ หรือ 2.55% ปิดที่ 84.50 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 2.35 ดอลลาร์ หรือ 2.65% ปิดที่ 90.87 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
● สหรัฐฯ–อิหร่านยังไร้ข้อตกลง หลังพ้นเส้นตายเจรจา 60 วัน ขณะที่อิหร่านขู่กลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบหากการเจรจาล้มเหลว โดยประเด็นช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นจุดขัดแย้งหลัก แม้มีรายงานว่า สหรัฐฯ เปิดช่องทางเจรจาลับกับ IRGC เพื่อพยายามลดความตึงเครียดก็ตาม
● ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ โดย MarineTraffic ระบุว่าใน 24 ชั่วโมงมีเรือพาณิชย์ผ่านเพียง 3 ลำ จากปกติราว 110 ลำ/วัน ขณะที่อิหร่านกำลังหารือกับโอมานเรื่องการบริหารเส้นทาง และทรัมป์เตือนว่าโอมานอาจเผชิญการตอบโต้หากขัดขวางแนวทางของสหรัฐฯ
● ทูตพิเศษสหรัฐฯ คาดว่า Hamas อาจเริ่มปลดอาวุธภายใน 30–90 วัน ขณะที่สหรัฐฯ เตือนว่า หาก Hamas ไม่ทำตามข้อตกลง ก็พร้อมสนับสนุนให้อิสราเอลเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติมในฉนวนกาซา
● ทรัมป์สั่งลดการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ ท่ามกลางความพยายามลดความตึงเครียดและเปิดทางเจรจากับเกาหลีเหนือ ขณะที่ CNN วิเคราะห์ว่า การลดการฝึกอาจกระทบความพร้อมรบของสหรัฐฯ และพันธมิตรในเอเชีย และอาจผลักดันให้เกาหลีใต้–ญี่ปุ่นพึ่งพาตนเองด้านความมั่นคงมากขึ้น
● แคนาดาเตรียมเผชิญภาษีนำเข้า 50% จากสหรัฐฯ ซึ่งจะเริ่มมีผลในวันพุธ ขณะที่การเจรจาการค้ายังไม่คืบหน้า และอาจกระทบต่อ USMCA หรือข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหรัฐฯ–เม็กซิโก–แคนาดา
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.04 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดของวันก่อนหน้า มองกรอบเงินบาทวันนี้อยู่ที่ระดับ 32.95-33.15 บาท/ดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
