สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 20 สิงหาคม 2569

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 100 เหรียญในวันพุธ (19 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลง และ ดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน หลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล
● สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 124.70 ดอลลาร์ หรือ 2.82% ปิดที่ 4,545.30 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 181.08 เหรียญ หรือ 4.17% มาอยู่ที่ระดับ 4,523.05 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,502.41 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวขึ้น 3.72 เหรียญ หรือ 5.87% มาอยู่ที่ระดับ 67.0 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 66.82 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 9.41 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,034.65 ตัน ภาพรวมเดือนสิงหาคมซื้อเข้า 26.78 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 37.36 ตัน
● Saxo Bank มองว่า หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือ 4,500 เหรียญ ได้อย่างมั่นคง จะเพิ่มโอกาสกลับขึ้นไปทดสอบ 5,000 เหรียญก่อนสิ้นปี ขณะที่การปรับขึ้นรอบล่าสุดได้รับแรงหนุนจาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ลดลง และ ดอลลาร์อ่อนค่าต่ำสุดในรอบ 3 เดือน
● สภาทองคำโลก WGC ระบุว่า ความต้องการทองคำในอินเดียเริ่มฟื้นตัวก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาล ทั้งจากการซื้อเครื่องประดับและการลงทุน ขณะที่การนำเข้าทองคำเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า แตะ 4.16 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 40–45 ตัน ส่วน Gold ETF ยังมีเงินไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง แม้ชะลอลงจากเดือนก่อน สะท้อนแรงซื้อทองคำในอินเดียที่ยังคงแข็งแกร่ง
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวลดลง -0.9 จุด หรือ -0.9% มาอยู่ที่ระดับ 98.77 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง -0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 4.641% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ไม่เปลี่ยนแปลงมาอยู่ที่ระดับ 4.168% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.47%
● กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10–30 ปี เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและช่วยบรรเทาแรงกดดันในตลาดตราสารหนี้ระยะยาว โดยมาตรการจะมีผลตั้งแต่ 9 ก.ย.–4 พ.ย. เพื่อช่วยลดแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร หลังต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวที่อยู่ในระดับสูงเริ่มส่งผลต่อสินเชื่อที่อยู่อาศัยและเศรษฐกิจ
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปีพุ่งแตะ 5.34% สูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี ขณะที่การขาดดุลงบประมาณปี 2026 เพิ่มเป็น 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 5% จากปีก่อน ท่ามกลางภาระดอกเบี้ยและรายจ่ายภาครัฐที่อยู่ในระดับสูง
● ขณะเดียวกัน หนี้สาธารณะสหรัฐฯ แตะ 40 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก เพิ่มขึ้น 1 ล้านล้านดอลลาร์ในเวลาเพียง 5 เดือน จากรายจ่ายที่สูงกว่ารายรับ โดยเฉพาะสวัสดิการผู้สูงอายุและมาตรการลดภาษี ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหนี้อาจแตะ 50 ล้านล้านดอลลาร์ภายใน 6 ปี หากแนวโน้มยังไม่เปลี่ยนแปลง.
● หลังประกาศมาตรการ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีและ 30 ปีปรับลดลงประมาณ 6–9 basis points อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า มาตรการดังกล่าวอาจช่วยลด Yield ได้เพียงระยะสั้น เนื่องจากมาตรการไม่ได้แก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณและภาระหนี้
● อย่างไรก็ตาม รายงานการประชุม Fed เดือนกรกฎาคมสะท้อนภาพที่แตกต่าง โดยเจ้าหน้าที่หลายรายยังมองว่าอาจจำเป็นต้อง ขึ้นดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อไม่ชะลอตัว ขณะที่ตลาดประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนเหลือราว 32%
● ด้าน เควิน วอร์ช ประธานเฟด เสนอให้ลดจำนวนการประชุม FOMC เหลือ 6 ครั้งต่อปีตั้งแต่ปี 2027 เพื่อให้มีเวลารวบรวมข้อมูลและประเมินนโยบายมากขึ้น แต่ยังไม่มีการตัดสินใจอย่างเป็นทางการ.
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (19 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลมากกว่าสองเท่า นอกจากนี้ ความแข็งแกร่งของหุ้น Moderna ผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ ยังช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์พุ่งขึ้นด้วย
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 53,463.05 จุด เพิ่มขึ้น 119.65 จุด หรือ +0.22%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,707.98 จุด เพิ่มขึ้น 16.22 จุด หรือ +0.21%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,331.09 จุด เพิ่มขึ้น 41.38 จุด หรือ +0.16%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 สัปดาห์ในวันพุธ (19 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางจะลุกลามบานปลาย หลังจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ตัดสินใจระงับธุรกรรมทางการเงินและเศรษฐกิจทั้งหมดกับอิหร่าน ขณะที่การสัญจรของเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นไปอย่างล่าช้า
● สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ หรือ 1.05% ปิดที่ 85.83 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 60 เซนต์ หรือ 0.66% ปิดที่ 91.62 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
● อิหร่านกำลังปรับยุทธศาสตร์จาก ตั้งรับสู่เชิงรุก พร้อมเพิ่มขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ โดรน และการโจมตีเป้าหมายสหรัฐฯ ในภูมิภาค ขณะที่กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านอ้างว่าโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุดีอาระเบียแล้ว 8 ลำ นับตั้งแต่ปลายเดือนก.ค. สะท้อนความเสี่ยงที่ความขัดแย้งอาจยกระดับขึ้น
● UAE ระงับการค้าและธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดกับอิหร่าน หลังกล่าวหาอิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูกเข้าใส่ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหา ด้านทรัมป์ประกาศเตรียมใช้ มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ และขู่ลงโทษประเทศหรือบริษัทที่ให้ความช่วยเหลืออิหร่าน แม้ยังเปิดทางให้การเจรจากลับมาได้ในอนาคต
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ระดับ 32.87 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนที่ 33.04 บาทต่อดอลลาร์ กรอบเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 32.75-33.00 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในส่วนของข้อมูลประชาสัมพันธ์ DW13 นี้เท่านั้น

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ