สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 21 สิงหาคม 2569

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● ราคาทองคำตลาดโลกปิดบวกและยังยืนเหนือระดับ 4,500 เหรียญ โดยมีแนวโน้มปรับขึ้นมากกว่า 3% ในสัปดาห์นี้ นับเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 และทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือนครึ่ง บริเวณ 4,540 เหรียญ แรงหนุนหลักมาจากมาตรการเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งช่วยกด Bond Yield และทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ประกอบกับ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าวงเงินซื้อคืนอาจขยายเพิ่มเติมตามสภาวะตลาด
● อย่างไรก็ตาม ระหว่างการซื้อขายในตลาดนิวยอร์ก ทองคำเผชิญแรงขายลงไปทดสอบบริเวณ 4,450 เหรียญ หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ทั้ง ดัชนีภาคการผลิต Philly Fed ที่ปรับตัวขึ้น และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ลดลง ก่อนราคาจะฟื้นกลับขึ้นมา New High อีกครั้งจากถ้อยแถลงของเบสเซนต์
● ขณะเดียวกัน Bond Yield ระยะยาวเริ่มดีดกลับขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยอายุ 10 ปีปรับขึ้นสู่ 4.70% จาก 4.63% และอายุ 30 ปีขึ้นสู่ 5.25% จาก 5.178% กลับมาใกล้ระดับก่อนการประกาศมาตรการซื้อคืนพันธบัตร สะท้อนว่าผลของมาตรการในการกดต้นทุนการกู้ยืมอาจมีเพียงระยะสั้น และยังไม่สามารถคลายแรงกดดันในตลาดพันธบัตรได้อย่างยั่งยืน ซึ่งหาก Yield ยังปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจกลับมาเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -2.45 เหรียญ หรือ -0.05% มาอยู่ที่ระดับ 4,518.96 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,526.2 เหรียญ
● สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 26.10 ดอลลาร์ หรือ 0.57% ปิดที่ 4,571.40 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคา Silver ปิดปรับตัวขึ้น 1.18 เหรียญ หรือ 1.76% มาอยู่ที่ระดับ 68.06 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 68.51 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 4.28 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,038.93 ตัน ภาพรวมเดือนสิงหาคมซื้อเข้า 31.06 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 33.08 ตัน
● ผู้ก่อตั้ง ByteTree มองว่า การเพิ่มซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวมีลักษณะคล้าย QE เพราะมีเป้าหมายกดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและลดต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ ขณะที่หนี้สหรัฐฯ แตะ 40 ล้านล้านดอลลาร์ เติบโตราว 8.6% ต่อปี เร็วกว่า GDP ที่ 6.5% แต่ปริมาณทองคำทั่วโลกเพิ่มได้เพียงราว 2% ต่อปี ดังนั้น เมื่อปริมาณหนี้เพิ่มเร็วกว่าปริมาณทองคำ ราคาทองคำจึงต้องปรับสูงขึ้นเพื่อรักษามูลค่าเมื่อเทียบกับหนี้
สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
● Philly Fed Manufacturing Index ออกมาที่ 47.4 สูงกว่าคาดการณ์ 24.1 และสูงกว่าครั้งก่อน 41.4
● Unemployment Claims ออกมาที่ 206K ต่ำกว่าคาดการณ์ 210K และต่ำกว่าครั้งก่อน 212K
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดมาอยู่ที่บริเวณ 98.75 จุด จากระดับปิดเมื่อวานที่ 98.84 จุด ทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 3 เดือน
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 4.7% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.185% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ 0.52%
● สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า โครงการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลอาจมีขนาด มากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง จากที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ โดยวงเงินจริงจะขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดในแต่ละช่วง เขาย้ำว่ากระทรวงการคลังพร้อม เพิ่มขนาดการซื้อคืนเพิ่มเติมหากจำเป็น แต่ยังไม่กำหนดเพดานวงเงินที่ชัดเจน
● JPMorgan และ Michael Goosay CIO ฝ่ายตราสารหนี้ของ Principal Asset Management มองว่า การซื้อคืนช่วยลดความผันผวนได้ในระยะสั้น แต่ไม่แก้ปัญหาหลักจาก การขาดดุล การคลัง เงินเฟ้อ และความต้องการกู้ยืมของรัฐบาลที่สูง
● สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) นั้น ล่าสุดเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 67.4% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายนนี้
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 700 จุดในวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้น ซึ่งบั่นทอนความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง นอกจากนี้ ผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Walmart ยังสร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันได้กระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 52,759.21 จุด ลดลง 703.84 จุด หรือ -1.32%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,641.16 จุด ลดลง 66.82 จุด หรือ -0.87%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,067.17 จุด ลดลง 263.92 จุด หรือ -1.00%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 เดือนในวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการทางเศรษฐกิจกดดันอิหร่านอย่างหนัก และขู่ว่าจะตอบโต้ประเทศที่ให้การสนับสนุนอิหร่าน
● ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 2 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 87.83 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 2.16 ดอลลาร์ หรือ ​2.36% ปิดที่ 93.78 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
● อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าใช้ “การก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ” หลังวอชิงตันเตรียมเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเพื่อกดดันเศรษฐกิจอิหร่านอย่างหนัก โดยกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า มาตรการดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของพลเมืองอิหร่านทุกคน ถือเป็นการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
● สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า หากสหรัฐฯ ใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านอย่างเต็มที่ ก็มีแนวโน้มว่าจะ ไม่จำเป็นต้องกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่อีกครั้ง โดยมองว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจอาจเป็นเครื่องมือหลักในการบีบอิหร่านต่อจากนี้
● นักวิเคราะห์เตือนว่าแรงกดดันของสหรัฐฯ อาจทำให้อิหร่านยิ่งใช้ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือต่อรอง ขณะที่การเดินเรือยังต่ำกว่าระดับก่อนสงครามมาก และ UAE ประกาศระงับการค้าและธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดกับอิหร่านหลังถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ
● รัสเซียโจมตียูเครนครั้งใหญ่ด้วย โดรน 168 ลำและขีปนาวุธหลายประเภท ขณะที่ประธานาธิบดียูเครนระบุว่า การขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นกำลังเพิ่มความสูญเสีย พร้อมเรียกร้องพันธมิตรเร่งส่งมอบระบบป้องกันทางอากาศ โดยสถานการณ์ลุกลามถึงประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ยูเครนตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.83 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดของวันก่อนหน้า มองกรอบเงินบาทวันนี้อยู่ที่ระดับ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในส่วนของข้อมูลประชาสัมพันธ์ DW13 นี้เท่านั้น

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ