
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
ราคาทองคำตลาดโลกปิดพุ่งขึ้นต่อเนื่อง โดยเช้าวันนี้ราคาขยับขึ้นไป เฉียดระดับ 4,700 เหรียญ ท่ามกลางแรงซื้อของนักลงทุน หลังตลาดตอบรับการที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เดินหน้าเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว และมีรายงานว่ากำลังพิจารณาใช้เงินจาก Treasury General Account (TGA) ซึ่งเปรียบเสมือน บัญชีเงินสดของรัฐบาลที่ฝากไว้กับ Fed และมีเงินคงเหลือราว 9.5 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการพยุงตลาดพันธบัตรและช่วยกด Bond Yield ระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนต่อราคาทองคำอย่างต่อเนื่อง
โดยในเดือนสิงหาคม ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแล้วกว่า 15% จากราคาเปิดเดือนบริเวณ 4,075 เหรียญ ก่อนขึ้นมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 4,700 เหรียญ สะท้อนโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 41.58 เหรียญ หรือ 0.9% มาอยู่ที่ระดับ 4,651.24 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,678 เหรียญ
สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 17.20 ดอลลาร์ หรือ 0.37% ปิดที่ 4,697.80 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคา Silver ปิดปรับตัวขึ้น 0.01 เหรียญ หรือ 0.01% มาอยู่ที่ระดับ 68.96 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 69.39 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.28 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,049.49 ตัน ภาพรวมเดือนสิงหาคมซื้อเข้า 41.62 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 22.52 ตัน
ด้านสภาทองคำโลก (WGC) เปิดเผยว่า กองทุน ETF ทองคำถือครองทองคำทั้งสิ้น 46.7 ตัน คิดเป็นมูลค่า 6.4 พันล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการถือครองรายสัปดาห์สูงที่สุดในรอบ 10 เดือน นำโดยกองทุน ETF ทองคำที่จดทะเบียนในอเมริกาเหนือและยุโรป
นักวิเคราะห์จาก American Gold Exchange ให้ความเห็นว่า ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคต่างก็ช่วยหนุนราคาทองคำปรับตัวขึ้นในการซื้อขายวันแรกของสัปดาห์ นอกจากนี้ การชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ
นักกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ของ ING ธนาคารรายใหญ่ของเนเธอร์แลนด์ มองว่า การฟื้นตัวของทองคำเริ่มมีฐานที่แข็งแกร่งขึ้น หลังราคาทะลุ 4,600 เหรียญ แม้ Bond Yield ระยะยาวจะฟื้นกลับขึ้นอย่างรวดเร็วหลังมาตรการซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สะท้อนว่าแรงซื้อทองไม่ได้มาจาก Yield ที่ลดลงเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากความกังวลเรื่อง หนี้รัฐบาล ความน่าเชื่อถือทางการคลัง และการลดค่าของเงินดอลลาร์
Kitco วิเคราะห์ว่า โมเมนตัมทางเทคนิคของทองคำแข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน หลังราคาทะลุแนวต้านสำคัญต่อเนื่อง ทั้งเส้นค่าเฉลี่ย 100 และ 200 วัน โดยแทบไม่เผชิญแรงขายสำคัญ เป้าหมายทางเทคนิคถัดไปอยู่บริเวณ 4,900 เหรียญ และหากผ่านได้ มีโอกาสเปิดทางสู่แนวจิตวิทยาที่ 5,000 เหรียญ
Bank of America (BofA) ระบุว่า ผลสำรวจผู้จัดการกองทุนเดือนสิงหาคมพบว่า 16% มองทองคำต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม เพิ่มจาก 6% ในเดือนกรกฎาคม และสูงสุดนับตั้งแต่มีนาคม 2023 อย่างไรก็ตาม BofA มองว่าแรงซื้อของนักลงทุนยังต้องเร่งตัวขึ้น หากทองคำจะเดินหน้าสู่ระดับ 5,000 เหรียญ
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.12 จุด หรือ 0.12% มาอยู่ที่ระดับ 98.98 จุด
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง -0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.706% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.244% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.46%
CNBC รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ 2 รายว่า กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาใช้เงินจาก Treasury General Account (TGA) ซึ่งเปรียบเสมือนบัญชีเงินสดของรัฐบาลที่ฝากไว้กับ Fed และปัจจุบันมีเงินประมาณ 9.5 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อเป็นแหล่งเงินสำหรับซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว
หากนำ TGA มาใช้จริง จะทำให้กระทรวงการคลังมีวงเงินมากขึ้นในการพยุงตลาดพันธบัตรและอาจช่วยกด Bond Yield ระยะยาว ได้มากกว่าเดิม โดยไม่ต้องออก T-Bill มาระดมเงินทันที และที่สำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องพึ่ง Fed เข้ามาช่วยซื้อพันธบัตร
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยว่าจะใช้เงินจาก TGA เท่าไหร่หรือเริ่มเมื่อใด และสุดท้ายรัฐบาลยังต้องออกพันธบัตรใหม่เพื่อเติมเงินกลับเข้าบัญชี ดังนั้นมาตรการนี้ไม่ได้แก้ปัญหาหนี้หรือการขาดดุลโดยตรง แต่เป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นและเลื่อนจังหวะการออกหนี้ออกไป
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกจันทร์ (24 ส.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มการเงิน แต่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลบเนื่องจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนประเมินข่าวสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ต่ออิหร่าน รวมทั้งจับตารายงานผลประกอบการของบริษัท Nvidia, ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และการกล่าวสุนทรพจน์ของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมแจ็กสัน โฮล ในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 53,417.16 จุด เพิ่มขึ้น 140.15 จุด หรือ +0.26%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,652.86 จุด ลดลง 21.51 จุด หรือ -0.28%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,980.19 จุด ลดลง 200.26 จุด หรือ -0.76%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบกว่า 2 ดอลลาร์ในวันจันทร์ (24 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากราคาปรับตัวสูงขึ้นก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนไม่ได้ให้น้ำหนักต่อรายงานที่ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจรอบใหม่ต่ออิหร่าน
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 2.05 ดอลลาร์ หรือ 2.35% ปิดที่ 85.01 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 2.22 ดอลลาร์ หรือ 2.35% ปิดที่ 92.17 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการ “Operation Economic Outcast” หรือ “Economic D-Day” เพื่อยกระดับแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน โดยมุ่งเป้า 5 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ พร้อมคว่ำบาตรบุคคล บริษัท และเรือที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านมากกว่า 60 ราย
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตือนว่า ผู้ที่ช่วยอิหร่านหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรหรือฟอกเงิน อาจถูกตัดออกจากระบบดอลลาร์ พร้อมส่งสัญญาณใช้ Secondary Sanctions กดดันประเทศและสถาบันการเงินทั่วโลกให้ลดความสัมพันธ์กับอิหร่าน
ด้านอิหร่านตอบโต้แข็งกร้าว โดย โมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน เตือนว่า หากประเทศใดเข้าร่วมสงครามเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ อิหร่านอาจตอบโต้ด้วยการสกัดการส่งออกน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวเปอร์เซีย เพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันโลก
Bloomberg Economics วิเคราะห์ว่า มาตรการ Operation Economic Outcast ของสหรัฐฯ ในตอนนี้ยังเป็นลักษณะ “more show than tell” หรือ “เน้นแสดงท่าทีแข็งกร้าวมากกว่าการเปิดรายละเอียดและลงมือจริง” เนื่องจากสหรัฐฯ ยังไม่ระบุเส้นตาย ประเทศ หรือสถาบันการเงินรายใหญ่ที่จะถูกลงโทษอย่างชัดเจน
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.72 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.68 บาทต่อดอลลาร์ โดยปิดปรับตัวขึ้น 0.04 บาท หรือ 0.12%
