สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 26 สิงหาคม 2569

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดบวกเล็กน้อยทรงตัวบริเวณ 4,650 เหรียญ หลังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,700 เหรียญได้ โดยนักวิเคราะห์มองว่าแรงส่งเริ่มชะลอลงและมีแรงขายทำกำไรระยะสั้น ขณะที่ตลาดรอ Core PCE เดือนก.ค. และถ้อยแถลงของ เควิน วอร์ช ที่ Jackson Hole ขณะเดียวกันตลาดยังติดตามการเจรจา อิหร่าน–โอมานเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ และคำเตือนของ IMF ต่อความเสี่ยงด้านฐานะการคลังและ Bond Yield ที่สูงขึ้นในหลายประเทศ
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 3.30 ดอลลาร์ หรือ 0.07% ปิดที่ 4,694.50 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 3.56 เหรียญ หรือ 0.08% มาอยู่ที่ระดับ 4,659.06 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,648 เหรียญ
ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -0.32 เหรียญ หรือ -0.46% มาอยู่ที่ระดับ 68.6 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 68.61 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 1.14 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,048.35 ตัน ภาพรวมเดือนสิงหาคมซื้อเข้า 40.48 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 23.66 ตัน
นักวิเคราะห์จาก The Gold Forecast ประเมินว่าราคาทองคำยังคงแข็งแกร่ง ทำ Higher High ต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 และขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 3 เดือน โดยยังยืนเหนือ Fibonacci 38.2% ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ย 200 วันบริเวณ เริ่มเปลี่ยนจากแนวต้านมาเป็นแนวรับ ช่วยพยุงโครงสร้างขาขึ้น
Bernard Dahdah นักวิเคราะห์โลหะมีค่าจาก Natixis ปรับเพิ่มเป้าราคาทองคำสิ้นปีเป็น 5,000 เหรียญ จากเดิม 4,600 เหรียญ หลังทองคำยังยืนเหนือแนวรับสำคัญ 4,000 เหรียญ และเดือนนี้มีแนวโน้มปรับขึ้นเกือบ 15% ซึ่งอาจเป็นการปรับตัวขึ้นรายเดือน ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่กันยายน 1999
สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
CB Consumer Confidence ออกมาที่ 89.4 ต่ำกว่าคาดการณ์ 90.3 และต่ำกว่าครั้งก่อน 90.2
New Home Sales ออกมาที่ 607K ต่ำกว่าคาดการณ์ 620K และต่ำกว่าครั้งก่อน 678K
ภาพรวมข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อ่อนแอกว่าคาดทั้งสองรายการ โดยความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง ขณะที่ยอดขายบ้านใหม่ชะลอตัวแรง สะท้อนว่าภาคครัวเรือนและตลาดที่อยู่อาศัยเริ่มเผชิญแรงกดดันมากขึ้นจากภาวะการเงินที่ตึงตัว
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวลดลง -0.09 จุด หรือ -0.09% มาอยู่ที่ระดับ 98.9 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 98.93 จุด
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปรับตัวลดลง -0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 5.174%อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง -0.07 % มาอยู่ที่ระดับ 4.639% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 4.191% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.45%
ตลาดยังจับตา 9 ก.ย. ซึ่งเป็นวันเริ่มใช้มาตรการเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรอายุ 10–30 ปีอย่างน้อย 2 เท่า วงเงินรวมไม่เกิน 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ถึงวันที่ 4 พ.ย. ขณะที่ TGA เกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านเงินทุน แต่หากสุดท้ายต้องออก U.S. Treasury Bill มาเติมบัญชี ก็เป็นเพียงการสลับหนี้ยาวเป็นหนี้สั้น มากกว่าการแก้ปัญหาโครงสร้าง นักวิเคราะห์จึงยังตั้งคำถามว่า มาตรการอาจ มีขนาดเล็กเกินไปและกด Yield ได้เพียงชั่วคราว พร้อมเพิ่มความเสี่ยงต่อดอลลาร์และเงินเฟ้อในระยะยาว
Tom Barkin ประธาน Fed Richmond เตือนว่า หนี้สหรัฐฯ ที่ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้โดยไม่มีผลตามมา และรัฐบาลสหรัฐฯ ยังสามารถกู้ยืมต่อได้ตราบใดที่นักลงทุนยังยอมซื้อพันธบัตร แต่ความเสี่ยงสำคัญคือ วันหนึ่งนักลงทุนอาจเริ่มเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือไม่ต้องการรับหนี้เพิ่มในระดับเดิม
คริสตาลินา จอร์จีวา ผู้อำนวยการ IMF ระบุว่า เศรษฐกิจโลกยังรับมือกับผลกระทบจากสงครามอิหร่านและราคาพลังงานได้ดีกว่าที่คาด แต่ยังต้องระวัง หนี้และฐานะการคลังของหลายประเทศที่อ่อนแอลง รวมถึง Bond Yield ที่สูงขึ้นและเงินเฟ้อที่ลดลงช้ากว่าที่ควร
ซูซาน คอลลินส์ ประธานเฟดสาขาบอสตัน ระบุว่า เฟดอาจจำเป็นต้อง ขึ้นดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ หากข้อมูลเศรษฐกิจชุดใหม่ไม่ยืนยันว่าเงินเฟ้อยังคงชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดมานานกว่า 5 ปี
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (25 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการชะลอตัวลงราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ก่อนที่บริษัท Nvidia จะเปิดเผยผลประกอบการ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 53,577.40 จุด เพิ่มขึ้น 160.24 จุด หรือ +0.30%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,677.28 จุด เพิ่มขึ้น 24.42 จุด หรือ +0.32%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,151.30 จุด เพิ่มขึ้น 171.11 จุด หรือ +0.66%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงกว่า 3% ในวันอังคาร (25 ส.ค.) หลังจากสหรัฐฯ หันมาใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน จากเดิมที่ใช้มาตรการทางทหาร โดยนักลงทุนมองว่ามาตรการกดดันทางเศรษฐกิจมีผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันน้อยกว่าการใช้ปฏิบัติการทางทหาร
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 2.65 ดอลลาร์ หรือ 3.12% ปิดที่ 82.36 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 3.59 ดอลลาร์ หรือ 3.89% ปิดที่ 88.58 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
อิหร่านและโอมานกลับมาเจรจาเรื่องการบริหารช่องแคบฮอร์มุซ โดยเสนอจัดตั้ง เส้นทางเดินเรือชั่วคราวร่วมกัน พร้อมดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและเปิดทางให้เรือพาณิชย์สามารถผ่านช่องแคบได้มากขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายยังเตรียมหารือต่อเพื่อพัฒนาไปสู่ เส้นทางเดินเรือถาวรและแนวทางบริหารช่องแคบในระยะยาว
ด้านสหรัฐฯ เดินหน้าเพิ่มแรงกดดันอิหร่านผ่าน Secondary Sanctions ต่อประเทศหรือบริษัทที่ยังทำธุรกิจกับเตหะราน แต่ยังไม่บังคับใช้บทลงโทษทันที ขณะเดียวกัน วอชิงตันเริ่มส่งเจ้าหน้าที่กลับไปประจำสถานทูตบางแห่งในตะวันออกกลาง สะท้อนว่าความเสี่ยงที่ความขัดแย้งกับอิหร่านจะยกระดับในระยะสั้นอาจลดลง
ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้ทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ เก็บกู้หรือทำลายทุ่นระเบิดทั้งหมดในน่านน้ำสากลของช่องแคบฮอร์มุซแล้ว พร้อมเตือนว่าเรืออิหร่านที่พยายามนำทุ่นระเบิดกลับมาวางใหม่จะถูกทำลายทันที
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เผย ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.69 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนที่ 32.74 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาททยอยแข็งค่าในลักษณะ Sideways Down ประเมินกรอบวันนี้ที่ 32.55-32.85 บาทต่อดอลลาร์
ขณะที่วันนี้ ตลาดจับตาการประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพุธที่ 26 ส.ค. โดยคาดว่า กนง. จะมีมติ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นยังมาจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในส่วนของข้อมูลประชาสัมพันธ์ DW13 นี้เท่านั้น

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ