
สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
Average Hourly Earnings m/m ออกมาที่ 0.1% ต่ำกว่าคาดการณ์ 0.3% และต่ำกว่าครั้งก่อน 0.3%
Non-Farm Employment Change ออกมาที่ 29K ต่ำกว่าคาดการณ์ 89K และต่ำกว่าครั้งก่อน 133K
Unemployment Rate ออกมาที่ 4.2% สูงกว่าคาดการณ์ 4.1% และสูงกว่าครั้งก่อน 4.1%
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
ราคาทองคำปิดสัปดาห์บริเวณ 4,140 เหรียญ ลดลงกว่า 3% และปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน แม้ตัวเลข Nonfarm เดือน ก.ย. ลดลงเหลือเพียง 29,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานขยับขึ้นเป็น 4.2% โดยราคาทองคำปรับขึ้นทันทีหลังประกาศตัวเลข ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไรกลับลงมา และไม่สามารถยืนเหนือ 4,200 เหรียญได้ โดยนักวิเคราะห์มองว่า ปัญหาหลักยังอยู่ที่ Bond Yield สูง และเงินเฟ้อที่ยังเหนียวแน่น แม้ตัวเลขจ้างงานอ่อนจะลดโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ต.ค. แต่ตลาดยังคาดว่าจะมีโอกาสขึ้นอีกในเดือน ธ.ค. ทำให้ Yield ยังเป็นแรงกดดันทอง
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -35.45 เหรียญ หรือ -0.85% มาอยู่ที่ระดับ 4,140.52 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,155 เหรียญ
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 40.00 ดอลลาร์ หรือ 0.95% ปิดที่ 4,162.30 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -0.61 เหรียญ หรือ -1.% มาอยู่ที่ระดับ 60.37 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 61.36 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 0.86 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,056.55 ตัน ภาพรวมเดือนตุลาคมขายออก 0.85 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 15.44 ตัน
ผลสำรวจ Kitco News Gold Survey สัปดาห์นี้ มุมมองนักวิเคราะห์เริ่มเป็นลบมากขึ้น โดย 46% มองว่าทองจะปรับตัวลง, 23% มองว่าจะปรับขึ้น และอีก 31% คาดว่าแกว่ง Sideways สะท้อนว่าแรงส่งของราคาทองยังอ่อนแอและตลาดระมัดระวังมากขึ้นในสัปดาห์นี้
นักวิเคราะห์จาก Walsh Trading มองว่าปฏิกิริยาของทองต่อข่าวบวกค่อนข้างน่าผิดหวัง เพราะแม้ตัวเลขจ้างงานอ่อน ดอลลาร์อ่อน และน้ำมันลด แต่ทองกลับฟื้นตัวได้จำกัด โดย Yield ที่ยังสูงยังเป็นแรงกดดันหลัก อย่างไรก็ตาม จาก สถิติในอดีตเดือน ต.ค. มักเป็นช่วงที่ราคาทองมีโอกาสฟื้นตัวได้ดี จึงอาจเห็นราคากลับขึ้นทดสอบ 4,400–4,500 เหรียญ ในระยะสั้น
นักวิเคราะห์จาก Commercial Bank มองว่า แม้ Nonfarm เดือน ก.ย. จะอ่อนแอ แต่ยังไม่มากพอให้ Fed เปลี่ยนโฟกัสจากเงินเฟ้อ โดยตัวเลข CPI, PPI, ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ก่อนการประชุมปลายเดือน ต.ค. จะมีน้ำหนักต่อการตัดสินใจดอกเบี้ยมากกว่า
นักวิเคราะห์จาก Trade Nation มองว่า Downside ของทองเริ่มจำกัด แต่ยังอาจต้องทดสอบแนวรับ 4,000 เหรียญ ก่อนสร้างฐานใหม่ ขณะที่นักวิเคราะห์จาก FXTM มองว่า 4,200 เหรียญ เป็นจุดชี้ทิศสำคัญ หากผ่านได้มีโอกาสไป 4,280 เหรียญ แต่หากหลุดอาจย่อลงหา 4,100 เหรียญ
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวลดลง -0.1 จุด หรือ -0.1% มาอยู่ที่ระดับ 101.92 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 101.99 จุด
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปรับตัวลดลง -0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 5.606%อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 5.256% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.812% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.44%
ด้าน CME FedWatch Tool ให้น้ำหนัก 77.9% ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75–4.00% ในการประชุมวันที่ 28 ต.ค. 2026
Austan Goolsbee ประธานเฟดสาขาชิคาโก ระบุว่า ตัวเลขการจ้างงานล่าสุดสะท้อนว่า ตลาดแรงงานยังทรงตัว ขณะที่ปัญหาใหญ่กว่าสำหรับเฟดยังคงเป็น เงินเฟ้อที่สูงเกินไป เขาระบุว่า การประชุมเดือนนี้ยังเปิดกว้างทั้ง คงดอกเบี้ยหรือขึ้นดอกเบี้ย โดยเฟดต้องการเห็นหลักฐานเพิ่มเติมว่าเงินเฟ้อกำลังกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% ก่อนตัดสินใจทิศทางนโยบายต่อไป
Lorie Logan ประธานเฟดสาขาดัลลัส ระบุว่า เฟดยังจำเป็นต้อง ขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 0.50% เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ขณะเดียวกัน Bond Yields ที่อยู่ในระดับสูงอาจช่วยทำให้ภาวะการเงินตึงตัวและชะลอเศรษฐกิจได้บางส่วน จึงอาจลดความจำเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในระดับที่มากกว่านี้
Trump ระบุว่า เงินเฟ้อ “ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป” และมองว่าเงินเฟ้อในระดับหนึ่งอาจช่วยลดภาระหนี้สหรัฐฯ กว่า 40 ล้านล้านดอลลาร์ ผ่านการเพิ่ม Nominal GDP และลดมูลค่าที่แท้จริงของหนี้เดิม แต่อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อที่สูงยังมีความเสี่ยงดัน Bond Yield และต้นทุนดอกเบี้ยของรัฐบาลให้สูงขึ้นตาม
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (2 ต.ค.) หลังข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอกว่าคาดส่งผลให้นักลงทุนลดการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในเดือนนี้
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 51,176.96 จุด เพิ่มขึ้น 250.40 จุด หรือ +0.49%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,722.72 จุด เพิ่มขึ้น 56.27 จุด หรือ +0.73%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 27,190.86 จุด เพิ่มขึ้น 319.27 จุด หรือ +1.19%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันศุกร์ (2 ต.ค.) หลังผู้นำยุโรปเห็นชอบตามข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ให้ระบายน้ำมันดีเซลสำรองออกมา เพื่อลดราคาและลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม BBC รายงานว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง Trump ขู่ห้ามส่งออกดีเซลจากสหรัฐฯ หากยุโรปไม่ยอมปล่อยสต๊อกสำรอง G7 จึงตกลงปล่อยน้ำมันและดีเซลจากคลังสำรองรวมราว 100 ล้านบาร์เรล เพื่อเพิ่ม Supply และบรรเทาความตึงตัวของตลาดพลังงาน ทำให้สหรัฐฯ ยังไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการห้ามส่งออกดีเซล
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 1.76 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 91.11 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 6.00 เซนต์ หรือ 0.06% ปิดที่ 102.25 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านอุปทานยังอยู่ในระดับสูง หลัง Reuters รายงานเมื่อวันที่ 3 ต.ค. ว่า ความตึงเครียดซาอุดีอาระเบีย–ฮูตีกลับมารุนแรงขึ้น หลังฮูตีใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีโรงงาน Saudi Aramco ในกรุงริยาด ขณะที่การโจมตีขยายไปยังโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน เรือสินค้า และเส้นทาง Bab el-Mandeb เพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานและการขนส่งในทะเลแดง
ในขณะที่ล่าสุด รัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่เพื่อยึดคืนพื้นที่จากฮูตี หลังฮูตีรุกยึดช่องแคบ Bab el-Mandeb และชายฝั่งทะเลแดงราว 90 ไมล์ ทำให้ความเสี่ยงต่อการขนส่งและอุปทานพลังงานในทะเลแดงเพิ่มขึ้นอีก
ด้านอิหร่านยังยืนยันว่าจะไม่เปิดช่องแคบ Hormuz จนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามเงื่อนไข 7 ข้อ โดยการเจรจายังติดขัดเรื่องลำดับการดำเนินการ ขณะที่ Abbas Araqchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่ายังต้องการทางออกผ่านการทูต แต่เตือนว่าหากสหรัฐฯ กลับมาใช้กำลัง อิหร่านพร้อมตอบโต้รุนแรงกว่าเดิม ทำให้ความไม่แน่นอนต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกยังคงอยู่
สหรัฐฯ ถอนเครื่องบินทิ้งระเบิดทั้งหมดออกจากฐาน RAF Fairford ในอังกฤษกลับประเทศ หลังมีการสอบสวนแผนโจมตีฐานดังกล่าวที่อังกฤษเชื่อมโยงกับอิหร่าน แม้อิหร่านจะปฏิเสธข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม Trump ยังพิจารณาทางเลือกต่ออิหร่าน รวมถึงความเป็นไปได้ในการโจมตีรอบใหม่ ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงเพิ่มกำลังทางทหารในตะวันออกกลาง
CNBC รายงาน Trump กลับมาผลักดันแนวคิดแจกเงิน 5,000 ดอลลาร์ให้ผู้ใหญ่ชาวสหรัฐฯ ทุกคน หากพรรครีพับลิกันรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้ โดยยังไม่ได้ระบุแหล่งเงินหรือขั้นตอนอนุมัติ ซึ่งหากดำเนินการจริงอาจใช้งบราว 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ และต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ขณะที่นักการเมืองบางส่วนกังวลว่าจะเพิ่มการขาดดุล เงินเฟ้อ และแรงกดดันต่อดอกเบี้ย
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 33.56 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนที่ 33.59 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบวันนี้อยู่ที่ 33.45-33.65 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
