สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 06 ตุลาคม 2569

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
● ISM Services PMI ออกมาที่ 54.9 ต่ำกว่าคาดการณ์ 55.1 และต่ำกว่าครั้งก่อน 55.4
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● ราคาทองคำยังคงทรงตัวจากราคาเปิดสัปดาห์บริเวณ 4,140 เหรียญ โดยได้แรงหนุนจากการที่ตลาดลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในเดือน ต.ค. เหลือราว 20% จากประมาณ 70% ในสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ตาม ทองคำยังถูกกดดันจากดัชนีดอลลาร์ที่ยังคงแข็งค่า และ Bond Yield ที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ทำให้ตลาดยังคงคาดว่า Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุม FOMC ซึ่งจะเปิดเผยในคืนวันพรุ่งนี้ (7 ต.ค.) เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -1.08 เหรียญ หรือ -0.03% มาอยู่ที่ระดับ 4,140.52 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,149.96 เหรียญ
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 5.50 ดอลลาร์ หรือ 0.13% ปิดที่ 4,156.80 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคา Silver ปิดปรับตัวขึ้น 0.67 เหรียญ หรือ 1.1% มาอยู่ที่ระดับ 61.04 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 61.15 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 0.57 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,056.27 ตัน ภาพรวมเดือนตุลาคมขายออก 1.13 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 15.72 ตัน
● นักวิเคราะห์จาก Forex. com คาดการณ์ว่า ราคาทองคำอาจปรับตัวลงในระยะสั้น ก่อนที่จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการที่ดัชนีดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังคงอยู่ในระดับสูง
● ด้านนักวิเคราะห์จาก Metals Focus คาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2570 เนื่องจากนักลงทุนมองหาสินทรัพย์ทางเลือกที่นอกเหนือไปจากสินทรัพย์ในรูปสกุลเงินดอลลาร์แบบดั้งเดิม และคาดว่าราคาทองคำเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5,330 ดอลลาร์/ออนซ์ ในปี 2570
● สรุปภาพรวมมุมมองจากงาน LBMA Global Precious Metals Conference โดย Joachim Nagel ประธานธนาคารกลางเยอรมนี (Bundesbank) มองว่า แม้ Bond Yield ที่สูงจะเพิ่มความน่าสนใจของพันธบัตร แต่ หนี้ภาครัฐที่เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงด้านเครดิต และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ธนาคารกลางควรกระจายทุนสำรองเข้าสู่ทองคำมากขึ้น โดย ธนาคารกลางเยอรมนี (Bundesbank) ถือครองทองคำสำรองมากกว่า 3,500 ตัน มากเป็นอันดับ 2 ของโลก สะท้อนว่ามุมมองดังกล่าวมาจากหนึ่งในธนาคารกลางที่มีบทบาทสำคัญในตลาดทองคำโลก
● ขณะที่มุมมองจาก ธนาคารกลางอิตาลี ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2022 ความสัมพันธ์แบบเดิมที่ Real Yield สูงขึ้นแล้วกดดันทองคำ เริ่มอ่อนลงอย่างชัดเจน เพราะแม้ผลตอบแทนพันธบัตรและ Real Yield จะอยู่ในระดับสูง แต่ราคาทองยังทรงตัวได้แข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็นในอดีต
● นักวิเคราะห์จาก Dymon Asia มองว่า นักลงทุนจีนยังมีแรงซื้อทองเมื่อราคาย่อตัว เพราะตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ในประเทศยังอ่อนแอ ทำให้ทองคำยังเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญในการรักษามูลค่าทรัพย์สิน แม้ Bond Yield ฝั่งตะวันตกจะอยู่ในระดับสูง
● CNBC รายงานว่า ฮ่องกงนำเข้าทองคำจากรัสเซีย 112.7 ตัน ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 สูงกว่าสถิติทั้งปี 2025 ที่ 92.1 ตัน หลังมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกทำให้การค้าทองคำรัสเซียเปลี่ยนเส้นทางจากลอนดอนไปยังเอเชีย โดยเฉพาะฮ่องกงซึ่งเป็นประตูสำคัญสู่ตลาดจีน ขณะที่ความต้องการทองในจีนยังแข็งแกร่ง ทั้งจากภาคประชาชนและธนาคารกลาง ซึ่งเพิ่มทุนสำรองทองคำกว่า 40 ตันในครึ่งแรกของปี 2026 สะท้อนบทบาทของเอเชียที่เพิ่มขึ้นในตลาดทองคำโลก
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.18 จุด หรือ 0.18% มาอยู่ที่ระดับ 102.1 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 102.09 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้น 0.05 % มาอยู่ที่ระดับ 5.307%อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.05 % มาอยู่ที่ระดับ 5.307% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.827% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.48%
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (5 ต.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับการพุ่งขึ้นของหุ้นบริษัทเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งรวมถึงหุ้น Nvidia และ Microsoft ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และรายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 51,267.90 จุด เพิ่มขึ้น 90.94 จุด หรือ +0.18%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,773.95 จุด เพิ่มขึ้น 51.23 จุด หรือ +0.66%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 27,477.31 จุด เพิ่มขึ้น 286.45 จุด หรือ +1.05%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (5 ต.ค.) หลังการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางฟื้นตัว ขณะที่ G7 เตรียมปล่อยน้ำมันและดีเซลจากคลังสำรองรวม 100 ล้านบาร์เรล และ Saudi Aramco บริษัทน้ำมันแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย ลดราคาขายน้ำมันดิบให้เอเชีย ส่งผลให้ตลาดคาดว่า Supply จะเพิ่มขึ้นและช่วยผ่อนแรงกดดันเงินเฟ้อ แม้ความเสี่ยงจากช่องแคบ Hormuz และความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่หมดไป
● ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 1.68 ดอลลาร์ หรือ 1.84% ปิดที่ 89.43 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.93 ดอลลาร์ หรือ 1.89% ปิดที่ 100.32 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
● สรุปภาพรวมสถานการณ์ตะวันออกกลางล่าสุด ความตึงเครียดยังอยู่ในระดับสูง และกระจายไปหลายจุด โดยกองกำลังรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุฯ ระบุว่ายึดเมือง Mocha และพื้นที่ใกล้ช่องแคบ Bab el-Mandeb คืนจากกลุ่มฮูตีได้ ขณะที่ซาอุฯ เดินหน้าปฏิบัติการเพิ่มเติม และตุรกีกับปากีสถานเตรียมส่งกำลังช่วยเสริมความมั่นคง
● ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านการเดินเรือยังสูงทั้ง Bab el-Mandeb และ Hormuz ท่ามกลางความขัดแย้งกับอิหร่านที่ยังไร้ข้อยุติ ทำให้ตลาดยังจับตาความเสี่ยงต่อเส้นทางพลังงานและราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด
● Reuters/Ipsos เปิดเผยว่า คะแนนนิยมของ Trump อยู่ที่ 32% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในเส้นทางการเมืองของเขา ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนทั่วสหรัฐฯ ระบุว่าจะสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต 44% เทียบกับพรรครีพับลิกัน 37% ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พ.ย. ท่ามกลางความกังวลเรื่องค่าครองชีพและเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● การประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 จะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ วันที่ 12–18 ต.ค. โดยตลาดจับตารายงาน World Economic Outlook (WEO) ที่จะอัปเดตแนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2026–2027 รวมถึงประเด็นเงินเฟ้อ พลังงาน หนี้สาธารณะ ภูมิรัฐศาสตร์ และ AI โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ
● ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับเปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.53 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่เช้านี้อยู่ที่ระดับ 33.66 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในส่วนของข้อมูลประชาสัมพันธ์ DW13 นี้เท่านั้น

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ