สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 07 ตุลาคม 2569

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
Trade Balance ออกมาที่ -105.6B ต่ำกว่าคาดการณ์ -100.8B และครั้งก่อน -92.8B
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 13.7% สู่ระดับ 1.056 แสนล้านดอลลาร์ในเดือน ส.ค จากระดับ 9.28 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือน ก.ค.ซึ่งตัวเลขขาดดุลในเดือนส.ค.นับเป็นการขาดดุลสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2568 โดยได้รับผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
ราคาทองคำตลาดโลกเมื่อวานนี้มีแรงซื้อกลับตั้งแต่ช่วงตลาดเอเชีย โดยฟื้นจากจุดต่ำสุดบริเวณ 4,103 เหรียญ และปรับขึ้นต่อเนื่องจนทำจุดสูงสุดที่ 4,184 เหรียญ ในช่วงตลาดนิวยอร์ก หรือเพิ่มขึ้นกว่า 81 เหรียญ หรือราว 2% หลังได้รับแรงหนุนจาก Bond Yield ที่ปรับลดลง และดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำอ่อนตัวลงมาทรงตัวบริเวณ 4,150 เหรียญ ในเช้าวันนี้ หลังราคาน้ำมันกลับมาฟื้นตัว ขณะที่นักลงทุนรอติดตาม FOMC Minutes เพื่อประเมินทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของ Fed ในคืนนี้
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 20.31 เหรียญ หรือ 0.49% มาอยู่ที่ระดับ 4,163.85 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,152.84 เหรียญ
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 30.30 ดอลลาร์ หรือ 0.73% ปิดที่ 4,187.10 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคา Silver ปิดปรับตัวขึ้น 0.31 เหรียญ หรือ 0.5% มาอยู่ที่ระดับ 61.35 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 61.2 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 3.71 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,059.97 ตัน ภาพรวมเดือนตุลาคมซื้อเข้า 2.58 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 12.01 ตัน
Jeffrey Christian จาก CPM Group มองว่า แม้ทองคำและเงินอาจอ่อนตัวต่อในระยะสั้น แต่ยังไม่เปลี่ยนมุมมองขาขึ้นระยะยาว โดยทองคำยังมีแนวรับสำคัญบริเวณ 4,000 เหรียญ และการปรับฐานรอบนี้ยังไม่ถือเป็นจุดจบของ Bull Market ตราบใดที่ปัจจัยพื้นฐานหลักยังสนับสนุนอยู่
ภาพรวมจากงาน LBMA Precious Metals Conference สะท้อนว่า ธนาคารกลางยังมองทองคำเป็นสินทรัพย์สำคัญสำหรับ กระจายความเสี่ยงของทุนสำรอง มากกว่าจะใช้เพียงเพื่อป้องกันเงินเฟ้อ โดยผลสำรวจของ UBS Asset Management พบว่า 65% ของผู้บริหารทุนสำรองถือทองด้วยเหตุผลด้าน Diversification เป็นหลัก และยังมีแนวโน้มเพิ่มสัดส่วนทองในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับฝั่ง ธนาคารกลางโปแลนด์ ที่มองทองเป็น “เสาหลักของเสถียรภาพ” และตั้งเป้าเพิ่มการถือครองเป็น 700 ตัน โดยย้ำว่าการซื้อทองไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อแทนที่ดอลลาร์หรือยูโร แต่เพื่อทำให้โครงสร้างทุนสำรองมีความหลากหลายและรับมือกับความเสี่ยงได้ดีขึ้น
World Gold Council (WGC) รายงานว่า ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิ 39 ตันในเดือน ส.ค. ส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิตั้งแต่ต้นปี 2026 อยู่ที่ 170 ตัน โดยแรงซื้อยังมาจากประเทศที่เดินหน้าสะสมทองอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
WGC มองว่า พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนว่า ธนาคารกลางยังให้ความสำคัญกับทองในฐานะสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ของทุนสำรอง มากกว่าการซื้อขายตามจังหวะราคาในระยะสั้น ขณะที่ความผันผวนของยอดซื้อในแต่ละเดือนขึ้นอยู่กับสภาพตลาดและความต้องการสภาพคล่องของแต่ละประเทศ
นอกจากนี้ WGC ยังรายงานการปรับตำแหน่งทองคำสำรองเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและความสะดวกในการซื้อขาย โดยธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ประกาศย้ายทอง 86 ตันจากนิวยอร์กและออตตาวาไปลอนดอน เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่ฝรั่งเศสเคยดำเนินการในปี 2025
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวลดลง -0.29 จุด หรือ -0.29% มาอยู่ที่ระดับ 101.85 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 101.98 จุด
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02% มาอยู่ที่ระดับ 5.684%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง -0.2% มาอยู่ที่ระดับ 5.307% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.29 % มาอยู่ที่ระดับ 4.814% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ 0.5%
ความกังวลด้านการคลังของฝรั่งเศสยังคงกดดันความเชื่อมั่นต่อเงินยูโร แม้ French 10Y Yield จะปรับลดลงจากจุดสูงสุดใกล้ 4.9% มาอยู่บริเวณ 4.7% สะท้อนว่าแรงขายพันธบัตรฝรั่งเศสเริ่มผ่อนคลายลงบางส่วน ขณะที่ Germany 10Y Yield ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดราว 3.38% ขึ้นมาที่ประมาณ 3.48% อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านการคลังของฝรั่งเศสยังไม่ได้คลี่คลาย และยังเป็นปัจจัยกดดันเงินยูโร ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ได้รับแรงหนุนทางอ้อมและกลับมาแข็งค่าขึ้น
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกกว่า 200 จุดในวันอังคาร (6 ต.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลหลังจากราคาน้ำมันย่อตัวลง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลดลง ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันนี้ รวมทั้งรายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนในสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 51,521.28 จุด เพิ่มขึ้น 253.38 จุด หรือ +0.49%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,818.93 จุด เพิ่มขึ้น 44.98 จุด หรือ +0.58%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 27,599.79 จุด เพิ่มขึ้น 122.48 จุด หรือ +0.45%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยในวันอังคาร (6 ต.ค.) หลังจากที่ร่วงลงอย่างมากในระหว่างวัน อันเนื่องมาจากรายงานที่ว่าการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางปรับตัวเพิ่มขึ้น และประเทศกลุ่ม G7 มีมติเห็นพ้องในการระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉิน ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 1 เซนต์ หรือ 0.01% ปิดที่ 89.44 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 26 เซนต์ หรือ 0.26% ปิดที่ 100.58 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
Trump กล่าวระหว่างการหาเสียงเมื่อวานนี้ว่า ราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้นเป็น “ต้นทุนเพียงเล็กน้อยที่ต้องจ่าย” เพื่อรักษาความมั่นคงของสหรัฐฯ และโลก พร้อมใช้ถ้อยคำรุนแรงในลักษณะท้าทายให้อิหร่าน “ถล่ม Los Angeles และ San Diego ไปเลย” จนเกิดกระแสวิจารณ์ตามมาอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวออกมาชี้แจงว่า Trump ไม่ได้หมายถึงการเรียกร้องให้อิหร่านโจมตีเมืองดังกล่าว แต่ต้องการสื่อว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องยอมรับต้นทุนด้านพลังงานในระยะสั้น เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านมีศักยภาพคุกคามสหรัฐฯ ในอนาคต
JD Vance รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ยังเปิดทางเจรจาเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน แต่ข้อตกลงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่ออิหร่าน ลดขีดความสามารถในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะระดับ 60% พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องการเห็นการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงคำมั่น
ขณะนี้สหรัฐฯ ยังเจรจากับประธานาธิบดี Masoud Pezeshkian และรัฐมนตรีต่างประเทศ Abbas Araqchi ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนข้อเสนอเพื่อยุติสงครามและเปิดช่องแคบ Hormuz แต่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ หลัง Trump ปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดของอิหร่านและยังเตือนว่าอาจเพิ่มปฏิบัติการทางทหารหลังการเลือกตั้งกลางเทอม
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.59 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัว” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.58 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 33.65 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในส่วนของข้อมูลประชาสัมพันธ์ DW13 นี้เท่านั้น

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ