สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 08 ตุลาคม 2569

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
ราคาทองคำอ่อนตัวลงมาใกล้ระดับ 4,100 เหรียญ และทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบเกือบ 2 เดือน โดยช่วงก่อนเปิดตลาดนิวยอร์กเมื่อวานนี้ ราคาถูกแรงขายกดลงไปแตะบริเวณ 4,066 เหรียญ ก่อนมีแรงซื้อกลับและสามารถยืนเหนือ 4,100 เหรียญ ได้อีกครั้ง
แรงกดดันหลักมาจาก ดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าและ Bond Yield ที่ปรับขึ้นทำ New High ต่อเนื่อง โดย US30Y Yield ขึ้นแตะ 5.73% และ US10Y Yield ปรับขึ้นแตะ 5.365% ก่อนย่อตัวลงสูงสุดในรอบ 24 ปี ขณะที่ช่วงประมาณตี 1 หลังการเปิดเผย FOMC Minutes ราคาทองคำถูกกดดันเล็กน้อย แต่ยังทรงตัวเหนือ 4,100 เหรียญ หลังรายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ Fed ทั้ง 19 รายสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. และส่วนใหญ่มองว่าอาจเหมาะสมที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปี
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -55.31 เหรียญ หรือ -1.33% มาอยู่ที่ระดับ 4,111.33 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,130 เหรียญ
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.ลดลง 46.40 ดอลลาร์ หรือ 1.11% ปิดที่ 4,140.70 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -1.58 เหรียญ หรือ -2.57% มาอยู่ที่ระดับ 59.79 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 60.32 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 1.14 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,061.11 ตัน ภาพรวมเดือนตุลาคมซื้อเข้า 3.72 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 10.87 ตัน
ธนาคารกลางจีน (PBOC) เพิ่มการถือครองทองคำอีก 21 ตันในเดือน ก.ย. ส่งผลให้ทุนสำรองทองคำรวมเพิ่มเป็น 2,196 ตัน และเป็นการซื้อทองต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 โดยถือเป็นการซื้อรายเดือนมากที่สุดในรอบ 3 ปี
ขณะที่ผลสำรวจธนาคารกลาง 74 แห่งซึ่งจัดทำโดยสภาทองคำโลก (WGC) ระบุว่า 45% ของธนาคารกลางที่เข้าร่วมการสำรวจมีแผนที่จะซื้อทองคำเพิ่มในปีหน้า ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มทำการสำรวจในปี 2561 โดยมีธนาคารกลางเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ตั้งเป้าว่าจะลดการซื้อทองคำ
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.36 จุด หรือ 0.35% มาอยู่ที่ระดับ 102.25 จุด
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02% มาอยู่ที่ระดับ 5.690%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.0 % มาอยู่ที่ระดับ 5.299% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.777% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.52%
รายงานการประชุม Fed เดือน ก.ย. ระบุว่า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังมองว่า ควรขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งภายในสิ้นปี เพราะเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ขณะที่เศรษฐกิจและตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง โดย 16 จาก 18 เจ้าหน้าที่ FOMC ที่ส่งประมาณการยังคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดที่อ่อนกว่าคาดทำให้ตลาดมองว่า Fed มีแนวโน้ม คงดอกเบี้ยในเดือน ต.ค. ก่อน แล้วค่อยพิจารณาอีกครั้งในเดือน ธ.ค. โดยตลาดให้น้ำหนัก 81% ว่าจะคงดอกเบี้ยในเดือน ต.ค. และราว 80% ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.
Fed ยังมองว่า Bond Yield ที่พุ่งขึ้นมาจากทั้งการคาดการณ์ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น การลงทุนด้าน AI ที่เร่งตัว และเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง โดย Yield สหรัฐฯ ขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002 ซึ่งยังเป็นปัจจัยกดดันต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนอย่างทองคำ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ Fed บางรายยังส่งสัญญาณเข้มงวด โดย Jeffrey Schmid ประธาน Fed สาขา Kansas City เห็นว่ายังจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังสูงและยังไม่ควรรีบสรุปว่ารอบการขึ้นดอกเบี้ยสิ้นสุดแล้ว ขณะที่ Mary Daly ประธาน Fed สาขา San Francisco ยังไม่ปิดโอกาสขึ้นดอกเบี้ย แต่ระบุว่าจะพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจและผลกระทบจากปัจจัยภายนอกก่อนตัดสินใจ
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (7 ต.ค.) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้น ซึ่งทำให้ตลาดวิตกกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและภาระหนี้ที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 51,179.87 จุด ลดลง 341.41 จุด หรือ -0.66%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,801.77 จุด ลดลง 17.16 จุด หรือ -0.22%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 27,538.69 จุด ลดลง 61.20 จุด หรือ -0.22%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (7 ต.ค.) หลังจากทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ตกลงที่จะเร่งปล่อยน้ำมันออกจากคลังสำรอง โดยให้ความสำคัญกับน้ำมันดีเซลเป็นลำดับแรก เพื่อสกัดราคาน้ำมันที่สูงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากสงครามอิหร่านได้ส่งผลกระทบต่ออุปทานทั่วโลก
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 1.16 ดอลลาร์ หรือ 1.3% ปิดที่ 88.28 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 38 เซนต์ หรือ 0.38% ปิดที่ 100.20 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวการเมือง
สถานการณ์ตะวันออกกลางล่าสุด (7 ต.ค.) ความตึงเครียดยังอยู่ในระดับสูงทั้งเยเมนและเส้นทางเดินเรือสำคัญ โดยกองกำลังรัฐบาลเยเมนเดินหน้ารุกยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ใน Taiz ขณะที่ฮูตียังโจมตีเป้าหมายในซาอุฯ และสนามบิน Aden
ด้าน สหรัฐฯ–อิหร่าน ยังไม่มีข้อยุติ โดยสหรัฐฯ เสนอให้อิหร่านลดระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ขณะที่อิหร่านยังให้ความสำคัญกับการยกเลิกคว่ำบาตร ปลดการปิดล้อม และคืนสินทรัพย์ที่ถูกอายัด
ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงใน ช่องแคบ Hormuz ยังอยู่ในระดับสูง หลังมีรายงานเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีจนลูกเรือได้รับบาดเจ็บ แม้ปริมาณการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางจะฟื้นขึ้นมาแล้ว มากกว่า 80% ของระดับก่อนสงคราม แต่เส้นทางขนส่งยังไม่กลับสู่ภาวะปกติเต็มที่และยังเผชิญความเสี่ยงด้านความมั่นคง
(8 ต.ค) ประธานาธิบดี Donald Trump กล่าวระหว่างการหาเสียงที่รัฐเท็กซัสว่า อิหร่านอาจพยายามโจมตีเมืองในสหรัฐฯ ด้วยขีปนาวุธ พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ จะปกป้องประเทศ ขณะที่ระหว่างการปราศรัยมีผู้ประท้วงหลายราย สะท้อนแรงกดดันที่ Trump และพรรครีพับลิกันกำลังเผชิญก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม จากทั้งสงครามอิหร่าน ราคาน้ำมันที่สูง และค่าครองชีพ แม้แต่ในรัฐเท็กซัสซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรค
(8 ต.ค) Axios รายงานว่า Pentagon สั่งให้ U.S. Central Command เตรียมความพร้อมสำหรับ ความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน แม้ Trump ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย โดยหากกลับมาโจมตี อาจมุ่งเป้าไปที่ โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และนิวเคลียร์ของอิหร่าน ขณะที่การเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า ทำให้ความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะยกระดับขึ้นยังอยู่ในระดับสูง
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.70 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ที่ 33.55-33.75 บาท/ดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในส่วนของข้อมูลประชาสัมพันธ์ DW13 นี้เท่านั้น

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ