สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 09 ตุลาคม 2569

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
Unemployment Claims ออกมาที่ 197K ต่ำกว่าคาดการณ์ 200K และต่ำกว่าครั้งก่อน 199K
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
ราคาทองคำฟื้นตัวกลับขึ้นมาทรงตัวเหนือระดับ 4,150 เหรียญ และมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ใกล้เคียงกับสัปดาห์ก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีและ 30 ปีที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ Bond Yield ปรับตัวลดลงในช่วงท้ายตลาด โดย US 10Y Yield ลดลงจากระดับสูงสุด 5.36% มาที่บริเวณ 5.2% ขณะที่ US 30Y Yield ลดลงจากระดับสูงสุด 5.7% มาอยู่บริเวณ 5.6% แม้ดัชนีดอลลาร์ยังแข็งค่าบริเวณ 102 จุด
ด้านสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลาย หลังประธานาธิบดี Donald Trump ระบุว่าการเจรจากับอิหร่านเป็นไปในทางที่ดี และสหรัฐฯ จะไม่โจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ส่งผลให้ราคาน้ำมันลดช่วงบวกลง อย่างไรก็ตามความไม่แน่นอนของสงครามและการหยุดผลิตน้ำมันบางส่วนในอ่าวเม็กซิโกยังคงทำให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง และเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อ
ขณะที่แนวโน้มดอกเบี้ยของ Fed ยังคงเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ เนื่องจากตลาดกังวลว่าราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงอาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และทำให้ Fed ต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดย CME FedWatch Tool ระบุว่า แม้นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 17% ต่อการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ต.ค. แต่ให้น้ำหนักสูงถึง 81% ในเดือน ธ.ค.
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 21.1 เหรียญ หรือ 0.51% มาอยู่ที่ระดับ 4,133.83 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,170 เหรียญ
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 16.30 ดอลลาร์ หรือ 0.39% ปิดที่ 4,157.00 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -0.71 เหรียญ หรือ -1.19% มาอยู่ที่ระดับ 59.18 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 59.79 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 5.70 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,055.41 ตัน ภาพรวมเดือนตุลาคมขายออก 1.98 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 16.57 ตัน
Kenny Zhu ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์การลงทุนของ Sprott มองว่า แม้ Bond Yield สูงยังกดดันทองคำ แต่เงินไหลเข้า Gold ETF และการสะสมทองคำของธนาคารกลางเพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์ยังหนุนแนวโน้มระยะยาว ขณะที่ความกังวลด้านเงินเฟ้อและหนี้สหรัฐฯ อาจลดความน่าสนใจของพันธบัตร และหากเศรษฐกิจชะลอตัวจน Fed ผ่อนคลายนโยบาย ก็อาจช่วยหนุนราคาทองคำ
ขณะที่ Nitish Shah นักกลยุทธ์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์จาก WisdomTree มีมุมมองสอดคล้องกันว่า Bond Yield ที่สูงขึ้นอาจสะท้อนความกังวลต่อหนี้สหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นให้นักลงทุนหันมาถือทองคำมากขึ้น
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวลดลง -0.12 จุด หรือ -0.12% มาอยู่ที่ระดับ 102.11 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 102.06 จุด
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปรับตัวลง -0.08% มาอยู่ที่ระดับ 5.607% อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง -0.07 % มาอยู่ที่ระดับ 5.229% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.753% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.48%
การประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทั้ง US10Y และ US30Y ได้รับความต้องการค่อนข้างแข็งแกร่ง แม้ Yield ที่ประมูลได้ยังอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 26 ปี นับตั้งแต่ปี 2000 โดย US10Y อยู่ที่ 5.30% และ US30Y ที่ 5.618% แรงซื้อที่ยังดีช่วยให้ Bond Yield ย่อตัวลงหลังผลประมูลออกมา สะท้อนว่านักลงทุนยังสนใจพันธบัตรเมื่อผลตอบแทนอยู่ในระดับสูง
Christopher Waller สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการ Fed ระบุว่า หากข้อมูลเศรษฐกิจยังเป็นไปตามคาด Fed อาจจำเป็นต้อง ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพื่อเร่งให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% โดยย้ำว่า การขึ้นดอกเบี้ย ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในการประชุมติดต่อกัน และ Fed ยังมีความยืดหยุ่นในการเลือกจังหวะเวลาที่เหมาะสม
Alberto Musalem ประธาน Fed สาขา St. Louis ระบุว่า Fed ยังจำเป็นต้อง ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพื่อให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยมองว่าอัตราดอกเบี้ยอาจต้องปรับสูงขึ้นอีกในช่วง 6–9 เดือนข้างหน้า
ประธาน Fed สาขา St. Louis มองว่า Bond Yield ที่สูงขึ้นไม่ได้สะท้อนการสูญเสียความเชื่อมั่นต่อ Fed แต่เกิดจาก Real Yield ที่สูงขึ้น เศรษฐกิจแข็งแกร่ง การลงทุนในภาคเทคโนโลยี และความต้องการกู้ยืมของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้น พร้อมเตือนว่าฐานะการคลังของสหรัฐฯ อยู่บนเส้นทางที่ “ไม่ยั่งยืน” มานานแล้ว.
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลดลง โดยตลาดถูกกดดันจากความวิตกกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ และผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มผลิตชิป
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 51,231.64 จุด เพิ่มขึ้น 51.77 จุด หรือ +0.10%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,765.36 จุด ลดลง 36.41 จุด หรือ -0.47%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 27,193.34 จุด ลดลง 345.35 จุด หรือ -1.25%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านอาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังพุ่งขึ้นจากข่าวที่ว่าพายุเฮอริเคนกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งของสหรัฐฯ ในอ่าวเม็กซิโก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อแหล่งผลิตน้ำมัน
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 3.21 ดอลลาร์ หรือ 3.64% ปิดที่ 91.49 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 4.08 ดอลลาร์ หรือ 4.07% ปิดที่ 104.28 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นหลังเมื่อวานนี้มีรายงานว่า Trump และทีมความมั่นคงสหรัฐฯ หารือถึงความเป็นไปได้ในการกลับมาโจมตีอิหร่านในอีกไม่กี่สัปดาห์ ประกอบกับพายุเฮอริเคน Isaias ทำให้การผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกหยุดชะงักราว 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ 62.9%
อย่างไรก็ตามภายในวันเดียวกันราคาน้ำมันลดช่วงบวกลง หลัง Trump เปลี่ยนมาส่งสัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียด โดยระบุว่าการเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้า และสหรัฐฯ จะไม่โจมตีก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พ.ย. ขณะที่อิหร่านยืนยันว่าการเจรจาผ่านคนกลางยังดำเนินต่อไป
ข่าวการเมือง
สหรัฐฯ และเวียดนามใกล้บรรลุข้อตกลงการค้า ครอบคลุมการปรับภาษีนำเข้า การเปิดตลาด และลดอุปสรรคทางการค้า โดยสหรัฐฯ วางกรอบภาษีสินค้าจากเวียดนามที่ 20% ขณะที่เวียดนามเตรียมยกเลิกภาษีสินค้าสหรัฐฯ เกือบทั้งหมด ปัจจุบันเหลือเพียงประเด็นทางเทคนิคบางส่วนก่อนลงนาม
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุนKrungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.65 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.68 บาทต่อดอลลาร์ กรอบเงินบาทในวันนี้ 33.55-33.75 บาท/ดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในส่วนของข้อมูลประชาสัมพันธ์ DW13 นี้เท่านั้น

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ