ดาวโจนส์ปิดลบเล็กน้อย, Nasdaq พุ่งกว่า 1% รับแรงช้อนซื้อหุ้นชิป-AI

ดาวโจนส์ปิดลบเล็กน้อย, Nasdaq พุ่งกว่า 1% รับแรงช้อนซื้อหุ้นชิป-AI
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ต.ค. 69)--ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันจันทร์ (19 ต.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ดีดตัวขึ้นกว่า 1% เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาช้อนซื้อหุ้นกลุ่มชิปและหุ้นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI หลังจากหุ้นดังกล่าวถูกเทขายออกมาอย่างหนักเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีในสัปดาห์นี้
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,966.03 จุด ลดลง 36.38 จุด หรือ -0.07%
- ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,690.73 จุด เพิ่มขึ้น 31.29 จุด หรือ +0.41%
- ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,430.89 จุด เพิ่มขึ้น 290.85 จุด หรือ +1.11%
นักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากพากันโยกเงินลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางความกังวลว่าบริษัทเหล่านี้อาจใช้จ่ายเงินลงทุนด้าน AI มากเกินไป รวมทั้งความกังวลที่ว่าภาวะต้นทุนการกู้ยืมสูงอาจส่งผลให้บริษัทดังกล่าวเผชิญภาระหนี้สินที่สูงขึ้นด้วย
ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) ดีดตัวขึ้น 1.6% ในวันจันทร์ ฟื้นตัวหลังจากที่ร่วงลงติดต่อกัน 8 วันทำการ ซึ่งเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2551
นักวิเคราะห์จากบริษัท Rosenblatt Securities ในลอสแอนเจลิสกล่าวว่า หุ้นกลุ่มชิปดีดตัวขึ้นเนื่องจากแรงช้อนซื้อ หลังจากราคาหุ้นดิ่งลงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์และได้ฉุดดัชนี Nasdaq ดิ่งลงกว่า 2% อย่างไรก็ตาม นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จะรายงานผลประกอบการในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยบริษัท Tesla และ SpaceX จะรายงานผลประกอบการในวันนี้ (20 ต.ค.) และบริษัท Meta Platforms จะรายงานผลประกอบการในวันพุธ (21 ต.ค.) ขณะที่
หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี S&P500 โดยพุ่งขึ้น 2.7% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 1.2% ส่วนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 2% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ลดลง 1.17%
หุ้น Amazon.com พุ่งขึ้น 5% และเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยในดัชนี S&P500 มากที่สุด หลังจากนักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley ยกให้หุ้นบริษัทอีคอมเมิร์ซและผู้ให้บริการระบบคลาวด์คอมพิวติ้งแห่งนี้เป็น "หุ้นเด่น" หรือ "Top Pick" ขณะที่หุ้น Tesla พุ่งขึ้น 3.8% และเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยในดัชนี S&P500 มากเป็นอันดับสอง
หุ้น CoreWeave ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล ปิดตลาดปรับตัวลง 0.4% ในวันจันทร์ ซึ่งลดลงอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ร่วงลงกว่า 25% ในสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้สินของบริษัทที่มีมูลค่าสูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์
หุ้น Intel พุ่งขึ้น 2.4% หลังจากนักวิเคราะห์ของ JPMorgan ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนในหุ้น Intel เป็น "Neutral" จากเดิม "Underweight"
หุ้น Cleveland-Cliffs ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเหล็ก ทะยานขึ้น 16% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรที่สูงเกินคาดในไตรมาส 3
อย่างไรก็ตาม การดีดตัวขึ้นของราคาน้ำมันได้สร้างแรงกดดันต่อตลาดในระหว่างวัน โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] พุ่งขึ้น 2.22% ปิดที่ระดับ 103.66 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังมีรายงานว่ากลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสนามบินในซาอุดีอาระเบีย
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านร่วงลง 3 จุด สู่ระดับ 29 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2555 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 31 จากระดับ 32 ในเดือนก.ย. โดยได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง ตลอดจนค่าใช้จ่ายด้านวัสดุและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และการขาดแคลนแรงงาน
โดย รัตนา พงศ์ทวิช
✍ คอมเม้นต์ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น (ช่องกรอกจะปรากฎเมื่อล็อกอินแล้ว)
✍ คอมเม้นต์จะปรากฎเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ดูและระบบ (มีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบโดยเร็ว)
✍ กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ

นักลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในส่วนของข้อมูลประชาสัมพันธ์ DW13 นี้เท่านั้น

}

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ ของเรา หรือ จัดการคุกกี้ ตามต้องการ